Saturday, 19 May 2012

Our Memorable Wedding


Gentofte Rådhus, Denmark


มาต่อจาก บันทึก กว่าจะเป็นเจ้าสาวหน้าที่แล้ว
ประมาณสิบโมงครึ่ง  เราสองคนก็ขับรถมาถึง Town hall ประจำเมืองที่เราอยู่
มาถึงตอน 10.45 กลายเป็นว่าเจ้าบ่าว เจ้าสาวมาช้าสุด
ครอบครัวที่รักและเพื่อนๆของเรามาถึงกันเรียบร้อยแล้ว

พอเข้ามาถึง ก็ทักทายกัน วันนี้ทุกคนดูสวยหล่อ สดใส ชื่นมื่น
พี่จูนกะเพื่อนส้ม ก็เริ่มทำหน้าที่ ปาปาราสซี่ ถ่ายรูปแชะๆๆๆ สนุกสนาน
ซักพักที่รักเดินหายไป พร้อมกลับเข้ามาด้วย Bridal bouquet ดอกไม้สีขาว ช่อสวยมาก
ประทับใจช่อดอกไม้มากๆ เป็นแบบที่ต้องการเป๊ะๆเลย

พอเข้ามาถึงด้านใน ก้ยัง งงๆ ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ก็ไม่เคยแต่งอ่ะนะ ฮ่าๆ
คนที่คอยจัดการเรื่องพิธี ก็เข้ามาบอกพวกเรา ให้เดินขึ้นไป นั่งรอกันที่ห้องรับรองก่อน
ระหว่างรอนี้ ก็ถ่ายรูปกัน พอรูปออกมาก็รู้สึกว่าชอบมากๆ
เพราะฉากตัวอาคารเป็นสีขาวสว่างๆ ตัดกับชุดของเราสีฟ้าสด



เจ้าสาว ในชุดฟ้า



วันของเรา



ขอถ่ายกับเพื่อนรักบ้าง



กับพี่สาวที่รัก



วันนี้เพื่อนเจ้าสาวสวยมาก ขอบคุณที่สวยเพื่อวันของเรา :)


ระหว่างนี้ เพื่อนส้มก็ถามว่า เราตื่นเต้นไม๊?
เราก็บอกไปว่า ไม่ตื่นเต้นเลยอ่ะ แต่รู้สึกมีความสุข อย่างบอกไม่ถูกมากกว่า
กลับกลายเป็นว่า ทางเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าสาวตื่นเต้น กันมากกว่าเราซะอีก อิอิ  


 

จากมุมสูงงงง


ถ่ายรูปด้านนอกซักพัก ก็เข้ามานั่งรอกันต่อในห้อง
ระหว่างนี้ ทุกคนก็คุยกัน ให้บรรยากาศ relax กันไป
เพราะถึงนาทีนี้ เจ้าบ่าว เจ้าสาวก็เริ่มตื่นเต้นแล้วแหละ



ภายในห้องรับรอง



บูเก้ สวยมาก



เจ้าสาว ทำเล็บเอง ได้เท่านี้แหละ ^^'


พอได้เวลา ประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าๆ ก็ถูกเรียกเข้าไปในห้องพิธี
คือตอนนั้น เจ้าสาวยังห่วงเม๊าท์อยู่ อ้าวๆๆๆ ได้เวลาแล้วหรอ ก็เดินจูงมือกันเข้าไปกะที่รัก
พอเข้ามาถึง ห้องใหญ่มาก แล้วกลางห้อง มีเกาอี้ตั้งอยู่สองตัว
แล้วด้านหน้า ล้อมไปด้วย โต๊ะเก้าอี้ หันหน้าเข้าหาเรา 
พอเข้ามาถึง Mayor เมืองที่เราอยู่ (Hans Toft) เป็นผู้ดำเนินพิธี ก็บอกให้เราสองคนนั่งลง
อ่อ ไม่ต้องกลัวว่าจะฟังกันไม่รู้เรื่อง เราขอให้เค้าพูดเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
เพราะกลัวว่าตัวเองเผื่อจะตื่นเต้น แล้วฟังภาษาเดนนิชไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวตอบผิดตอบถูก
แต่เอาเข้าจริง พูดภาษาอังกฤษนั่นแหละไม่รู้เรื่อง ฮ่าๆ เพราะท่านmayor พูดเร็วมากๆ
จับใจความได้ว่า ช่วงแรก พูดถึงเรื่องราวของความรัก และบทสรุป ข้อคิด
เพื่อให้เราสองคนใช้เป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันต่อไป



นั่งฟังอยู่นะ (ไม่ได้หลับ อิอิ)



ทุกคนตั้งใจฟัง




ถัดมา ถึงช่วงเวลาสำคัญ ที่เราสองคนตั้งใจมากๆ ท่านmayor ก็ให้เราสองคนยืนขึ้น
และเริ่มเรียกชื่อเต็มและนามสกุลเราสองคน
เริ่มจากที่รักก่อน "รัสมุส... คุณจะรับโชติมา... เป็นภรรยาหรือไม่" ที่รักก็ตอบว่า "Yes"
แล้วถัดมาก็เป็นเรา "โชติมา... คุณจะรับ รัสมุส... เป็นสามีหรือไม่" เราก็ตอบว่า "Yes"  เช่นกัน ^^  



We said, YES


พอพูดจบ ท่านmayor ก็บอกให้เรา kiss
เราก็เหวอ เฮ้ย ไม่มีในสคริปต์ ฮ่าๆ เขินๆ ก็เลยคิสไปหนึ่งทีเร็วๆ
อ้าวยังโดนแซวอีก ว่าปาปาราสซี่ถ่ายรูปไม่ทัน เลยต้องคิสอีกที อ๊ายยย พอแล้วจ้า เขิน



The moment


เสร็จแล้ว ก็เซ็นทะเบียนสมรส เริ่มจากเจ้าบ่าวเจ้าสาวเซ็น
แล้วก็ตามด้วยพยามสองคน ซึ่งก็คือคุณพ่อและคุณแม่ของที่รัก



รูปนี้ส้มแซวว่า เราแอบมองที่รัก ให้แน่ใจว่าเจ้าบ่าวเซ็นนะ ฮ่าๆ



พยานทั้งสองเซ็น



และถ่ายรูปคู่กันในห้องพิธี



 

ถ่ายกับ Mayor



ทั้งหมดในห้องพิธี เกิดขึ้นรวดเร็วมาก พอดีว่าอัดวิดีโอไว้ด้วย
พอย้อนกลับมาดู ทั้งหมดนั้นใช้เวลาไปทั้งสิ้น 5 นาที เท่านั้นเอง
เรียบง่าย รวดเร็ว ดีไม๊ ^^
จากนั้นก็ออกมาถ่ายรูปกัน




ถ่ายรูปครอบครัว



ครอบครัว และเพื่อน



คุณพ่อคุณแม่ที่รัก



คู่กัน


พอถึงจุดนี้ น้องสาวที่รัก เกิดน้ำตาซึม เพราะปลื้มไปกับพี่ด้วย
เลยได้ภาพนี้มา



Group hug <3



จากนั้น เราสองคนก็เดินออกจากอาคาร
ตอนนี้เอง ตามธรรมเนียมเดนมาร์ก เจ้าบ่าวจะสาว จะถูกโปรยด้วยเม็ดข้าวสาร



กำลังเตรียมรับว่าจะโดนอะไร





ข้าวสารเสก กรี๊ดดด (ร้อน)


คุณพ่อคุณแม่ที่รัก เตรียมแชมเปญมาด้วย เราเลยเปิดแชมเปญดื่มฉลอง กันเป็นพิธี



เจ้าบ่าว กำลัง เอาเม็ดข้าวสาร ออกให้ อิอิ



พอเสร็จ พิธีที่ Town hall เราก็กลับไปที่บ้านของครอบครัว
ไปดื่มกาแฟ ทานเค้กกันต่อ
พอดีว่า น้องโซฟี กะคุณแม่ที่รัก ทำเค้กเอง ให้กับเราสองคนในวันนี้ด้วย




มีธง ไทย เดนมาร์ก น่าร๊ากกกก


เป็นธรรมเนียมเดนมาร์กอีกเช่นกัน ที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว ต้องร่วมกันตัดเค้ก
แต่ที่เดนมาร์ก ไม่มีความเชื่อเรื่องใครกุมมือใคร เหมือนที่เมืองไทยหรอกนะ
ซึ่งเพื่อนๆ ที่เห็นรูปเราตัดเค้ก ก็แซวกันใหญ่เลย... เราพลาดไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ
จริงๆ มีข้อแก้ตัว ตอนแรกที่รักจับมีดก่อน เตรียมตัด เราก็เตรียมกุม ฮ่าๆเสร็จเรา
แต่พอกำลังจะเริ่มตัด ที่รักบอกว่าตัดไม่ถนัดเลย เพราะเค้าถนัดมือซ้าย เลยเปลี่ยนกัน
เป็นเราจับมีดตัดเอง ที่รักเลยกลายมากุมมือเราไป ฮึ่มๆ



แง๊วววว เจ้าบ่าวกุมเจ้าสาวได้ยังไงคะ ได้ยังไง


เซอร์ไพรซ์ ต่อมาคือ มีการกล่าว Speech กัน เริ่มจากคุณพ่อของที่รัก
ตอนนี้เราก็เริ่มซึ้งๆละ น้ำตาซึมๆ แต่ยังอยู่ในตาอยู่



ขอบคุณมากๆเลยนะคะ



ซาบซึ้ง


ตามมาด้วย น้องโซฟี ก็เตรียมคำพูดมาให้เราสองคน งานนี้น้องพูดได้กินใจมากๆ
จากตอนแรกแค่น้ำตาซึมๆ ตอนนี้บ่อน้ำตาแตกกันถ้วนหน้า
ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว พ่อแม่ พี่ และเพื่อนๆเจ้าสาว




ตามด้วยคุณตาที่รัก และปิดท้าย เซอร์ไพรซ์สุดๆ คือที่รักก็เตรียม Speech มาพูดให้เราด้วย
ตั้งแต่คบกันมา 7ปี เพิ่งได้ยินสิ่งที่ ที่รักพูดในวันนี้ เหมือนเป็นคำตอบทุกอย่าง
ความในใจที่มีมาตลอด ตอนนี้รู้แล้วว่า เค้ารักเรามาก ขอบคุณที่รักกัน
และเราก็จะรักที่รักตลอดไป เช่นกันนะ :)

ส่วนสภาพเจ้าสาวตอนนี้ คงไม่ต้องบอก ก็เดาได้ว่า น้ำตาไหลแบบเปิดก๊อกแล้ว T.T


 

:)




พักจากอารมณ์ซึ้งๆ มาถ่ายรูปกะพี่จูนคนสวย



และก็ได้เวลาเปิดของขวัญ


แล้วก็ได้เวลาที่เราจะลา พี่จูนกะส้ม เพราะต้องไปทานข้าวกันต่อ
ตอนนี้เราเอง ยังไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่ จนโดนเพื่อนส้มแซวว่า
คงเป็นเพราะ "อิ่มอกอิ่มใจ" ไปเรียบร้อยแล้ว ^^
วันนี้ขอบคุณ พี่จูนและส้มมากๆเลยน๊า ที่มาเป็นส่วนร่วมในวันสำคัญของเรา
ทำให้เราได้อุ่นใจ และมาถ่ายรูปให้ตลอดทั้งงาน รูปสวยมากกกก ขอบคุณจากใจ




เราไปทานกันที่ร้าน Strandmøllekroen
เป็นร้านอาหารเดนนิช แบบเดนนิชสไตล์เลย อยู่ริมทะเล







หน้าร้านอาหาร


วันนี้ เป็นวันที่มีความสุขมากๆ ทุกๆอย่างผ่านไปด้วยดี
ถึงแม้จะเป็นแค่พิธีเล็กๆ แต่อบอุ่นมากๆ

เราคิดถึงครอบครัวของเราที่เมืองไทย ตลอดเวลา
ถึงแม้ว่า มามี๊กะป๋าจะไม่ได้มาร่วมงานในวันนี้ แต่ก็เชื่อว่า ท่านทั้งสองก็ดีใจกับลูกด้วย
รักป๋ากะมี๊ที่สุด  ขอบคุณที่เลี้ยงดูลูกมา และเป็นห่วงลูกมาตลอด
ในวันนี้ ลูกได้เดินก้าวมาอีกขั้นในชีวิตแล้วนะคะ

:)








Our song









ลิงค์งานหมั้น เมื่อ 4 ปีที่แล้ว
http://justcheeky.diaryclub.com/20080316/Our_Engagement_Party_16_March_08



No comments:

Post a Comment