Friday, 18 May 2012

บันทึก กว่าจะเป็นเจ้าสาว

ไดอะรี่หน้านี้ อยากจะมาบันทึกเม๊าท์ตัวเองหน่อย


1 เดือน ก่อน แต่งงาน
เรากะที่รักมีแพลนกันซักพักแล้วแหละ ว่าเราควรจะจดทะเบียนสมรสกันได้แล้วนะ
เพราะเราก็อยู่ด้วยกันมานานละ มันก็ถึงเวลาซักที
แต่ก็คุยกันว่า แค่จดทะเบียนเงียบๆ ไม่มีพิธีในโบสถ์ ไม่มีงานฉลองอะไร 
วันที่ 11เมษา ก็จูงมือกัน ไปคอมมูน (ที่ว่าการอำเภอของเดนมาร์ก) ไปยื่นขอจดทะเบียน
แล้วก็เลือกวันที่ เวลาจะจด เสร็จสรรพ ก็กลับบ้านมา ชิลล์ๆ ไม่มีอะไร งงด้วย อ้าว มันง่ายงี้เลยหรอ
ทางเราก็โทรไปบอกครอบครัวเราที่ไทย และเพื่อนๆคนไทยของเราที่นี่ แต่ก็ให้ทุกคนเก็บเงียบเอาไว้ก่อน
เพราะทางรัสมุสเค้า บอกแค่พ่อแม่ กะตายายเท่านั้น อยากให้มันเป็นอะไรที่เรียบง่ายจริงๆ ก็โอเค
วันเวลาผ่านไป ในช่วงเดือนนึงก่อนถึงวัน เราก็ทำงานเยอะมาก โทรมมากกกก
ไม่มีหรอกนะ ไปเข้าคอร์ส ขัดตัว ขัดผิว เตรียมเป็นเจ้าสาวอะไรกับเค้า
ตาก็โหล มือนี่ดูไม่ได้เลย เล็บก็กุดสุดๆ >.<
อ่อ ช่วงนี้ก็เริ่ม เสิร์ชหาเดรสสวยๆ ที่จะใส่วันงาน
สุดท้ายก็ไปถูกใจกะเดรสเรียบๆ สีturquiose ชอบ ก็ตัดสินใจซื้อเลย เพราะเราไม่มีมาเลือกซื้ออีก
เป็นอันเสร็จ หมดห่วงเรื่องชุดไป



1 สัปดาห์ ก่อนแต่งงาน 
ผู้หญิงเราอ่ะน๊า พอจะมีวันสำคัญๆแบบนี้ที ห่วงอยู่เรื่องเดียวอ่ะ คือ กลัวไม่สวย ^^
มีเวลา 7 วัน ก็เริ่มสำรวจเครื่องสำอางค์ตัวเอง ว่ามีพร้อมไม๊
ว่าแล้วก็เสิร์ซเน็ท หาว่าอะไรดี ว่าแล้วก็รีบสั่งซื้อ ไปได้ขนตาปลอมของ Ardell มา
กับeye primer ของToo faced คือคิดแล้วไง ว่าถ้าเผื่อวันนั้นเกิดซึ้ง ร้องไห้ขึ้นมา
อย่างน้อย ตาชั้นยังต้องเป๊ะอยู้นะจ้ะ ฮ่าๆ
อ่อ ที่สั่งไป ของก็มาส่ง ก่อนวันงานวันเดียว ทันแบบฉิวเฉียดไปเลย
นอกจากนี้ ก็ติดต่อ ส้มกะพี่จูนให้มาร่วมงานและเป็นตากล้องให้ด้วย อิอิ
ต้องขอโทษเพื่อนที่นี่ทุกคนที่ไม่สามารถชวนให้มางานได้ เพราะอย่างที่บอก อยากให้เรียบง่ายที่สุด
มีที่นั่งให้แค่สองคนเท่านั้น พี่จูนก็บอกตั้งนานแล้วว่าอยากมางาน ส่วนเพื่อนส้มอันนี้สัญญาใจ
แอบขอเม๊าท์ที่รักหน่อยนึง ช่วงนี้ฮีก็ยุ่งๆเหมือนกัน เพราะเป็นคนจัดการทุกอย่าง
รวมถึงนัดแนะกับทางบ้าน แล้วก็จองร้านอาหาร เลือกเมนูที่เราจะไปทานกันต่อหลังเสร็จงาน
และที่สำคัญ คือสั่งช่อดอกไม้ ให้กับเรา อันนี้เซอร์ไพรซ์มากๆ ที่รักจัดการให้เรียบร้อย
คือเราก็ไม่รู้อ่ะนะ ก็ลองถามที่รักไปว่า วันนั้นน่ะ เราอยากได้ดอกไม้มาถือไว้ด้วยนะ
ที่รักก็บอก เค้าจัดการสั่งไปเรียบร้อยแล้ว ไม่บอกว่าเป็นดอกไม้อะไร ยังไง
ที่บอกว่าเซอร์ไพรซ์ก็คือ เป็นช่อดอกกุหลาบสีขาว ดอกไม้ที่เราชอบพอดีเลย :) 




2 วัน ก่อน แต่งงาน

เกิดเรื่องซวยๆ คือน้องไอโฟนของเราโดนขโมย โอย เครียดมาก เสียดายและ เสียใจมาก
คืนนั้น นอนร้องไห้หนัก ผลปรากฎว่าตื่นมาตาบวมสุดๆ โอยตายๆ มันจะหายบวมทันไม่เนี่ย
เริ่มจะนอยด์ เพราะกลัวไม่สวย แต่ทำยังไงได้ ก็ต้อง ปล่อยมันไป
วันนั้น ทำงานเสร็จ ก็ไปบ้านพี่โอ๊ตต่อ ไม่ได้มีเวลากลับมาพักผ่อนเตรียมตัวสวยๆ อย่างคนอื่นเค้าเลย 




1 วัน ก่อน แต่งงาน
เช้าวันนี้ ก็ไปทำงานอีกแล้ว (ทำมันจนวินาทีสุดท้าย) ทำเสร็จรีบกลับบ้าน แบบเหนื่อยๆ
กลับมาขอนอนไปหนึ่งงีบเลย เพราะนอนน้อยมาหลายวัน ตื่นมาอีกทีก็เย็นแล้ว
เปิดดู ยูทูป โมเมพาเพลินซะหน่อย ดูเป็นแนวๆว่า พรุ่งนี้เราจะแต่งหน้ายังไง
จากนั้นก็ได้เวลามานั่งทาเล็บ ทำเล็บ มาร์คหน้า ก่อนนอนก็โปะครีม อายครีม ประโคมมันเข้าไปเลย
คือทำเอาวินาทีสุดท้ายจริงๆ




19 พฤษภา วันแต่งงาน 
ถึงแม้ว่าจะ ไม่ได้จัดพิธีอะไร แค่เดินเข้าไปจดทะเบียน 10นาทีเสร็จก็เถอะ ก็อยากจะมีโมเมนท์สวยๆ
มีรูปสวยๆ เก็บไว้ดู ในอีก 10 20 30 40 ปีข้างหน้าเนอะ
เรานัดจดทะเบียน ตอน 11โมง เจ้าสาว เจ้าบ่าวบ้านนี้ ตื่นแปดโมงครึ่งค่า (กะตือรือร้นมาก) ^^'  
เรานี่ ตื่นมา ยังขอมานั่งเปิดเฟสบุ๊คชิลล์ๆอยู่เลย พอเกือบเก้าโมง รีบวิ่งไปอาบน้ำ
เพิ่งรู้ตัวว่า ต้องแต่งหน้า ทำผมเองอะไรเองอีก อ้าวเริ่มตื่นเต้นละทีนี้
แต่ไม่ใช่ตื่นเต้นจะได้แต่งงานนะ ตื่นเต้นกลัวแต่งตัวไม่ทัน อ๊ายยยย มีเวลาชม.กว่าๆ
รีบแต่งหน้า ตั้งใจว่าจะแต่งแบบที่เป็นตัวเราเอง ดูธรรมชาติ ไม่เยอะไป มันก็เลยง่าย เพราะแต่งอยู่ทุกวัน
แต่ก็รู้สึกว่า ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้ คงจะได้คอนทัวร์หน้า ไฮไลท์ เมคอัพน่าจะได้เป๊ะกว่านี้
ผมตอนแรกก็คิดไว้ จะเกล้าผมดี หรือจะม้วนยังไงดี
สุดท้าย ไม่มีเวลา ทำได้เแค่ม้วนเป็นลอน แล้วติดกิ๊ฟ เสร็จภายในสิบนาที แฮ่ ^^
แต่พอได้เห็นรูปที่ออกมา ก็รู้สึกว่าชอบนะ ดูเป็นตัวเราเองดี แบบธรรมชาติๆ (ลงโทษ)
สิบโมงครึ่ง ได้เวลาออกจากบ้าน... หลังจากนั้นเป็นยังไง เดี๋ยวมาบันทึกค่ะ 



.
.
.
.
.



เพิ่งมารู้ที่หลังว่า ตามธรรมเนียมฝรั่ง ในตัวเจ้าสาวเนี่ย ต้องประกอบไปด้วย 5 อย่าง
เคยได้ยินกันไม๊คะ 

" Something old, something new
Something borrowed, something blue
And a silver sixpence in her shoe." 


ความหมาย
Something old refers to wearing something that represents a link with the bride's family and her old life.
Wearing something new represents good fortune and success in the bride's new life.
Wearing something borrowed, which has already been worn by a happy bride at her wedding.
Wearing something blue dates back to biblical times when the colour blue was considered to represent purity and fidelity
Placing a silver sixpence in the bride's left shoe is a symbol of wealth.


By coincidentally without knowing these, I got (almost) all.
Old  - นาฬิกา
New - รองเท้า
Borrowed - แหวนของแม่
Blue - เดรส
ขาดเหรียญ a silver sixpence อย่างเดียว (ทุกวันนี้ก็คงจะหาไม่ได้ละมั้ง เหรียญนี้)

ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนว่า มีธรรมเนียมแบบนี้ มารู้หลังจากวันแต่งงานมาแล้วด้วย
แล้วพอนึกย้อนไป เราก็มี (เกือบ)ครบนี้นา อิอิ 





A happy bride in blue <3 





แล้วจะมาบันทึกวันงาน ในหน้าต่อไปนะคะ
ขอบคุณทุกๆคนมากๆ ที่เห็นรูปก่อนแล้วในเฟสบุ๊ค likeและคอมเม้นล้นหลาม
หลายคนช่วยลุ้นมาตลอด จนสุดท้ายก็มีวันนี้กับเค้าซักที ขอบคุณจากใจค่ะ 

อ่อ ที่สำคัญขาดไม่ได้ๆเลย ขอบคุณเพื่อนส้มและพี่จูน ถ่ายรูปให้ทุกชอตในวันนั้น
รูปออกมาสวยมากกกกกกกๆๆๆ 




:) 



 

No comments:

Post a Comment