Sunday, 16 March 2008

Our Engagement Party



พีธีหมั้น Chotima & Rasmus

เล่าตั้งแต่วันที่ 15 มีนา เลยดีกว่า เพราะงานนี้ เราเตรียมกันเอง (เหนื่อยมั่กๆ)
โดยมีหัวเรือใหญ่ แม่งาน โดยมามี๊ของต้อมนั่นเอง
ตั้งแต่เช้า มามี๊ไปอตก. ซื้อพวกขนมไทย กะ ผลไม้มาเตรียมไว้
แล้วก็ไปหาซื้อหาบ แบบไทยๆ กะว่าเอามาจัดเป็นหาบขนม หาบผลไม้ คงจะเก๋เก๋น่าดู
นี่แหละสไตล์มี๊ ถ้าจะทำอะไรแล้ว ต้องเริ่ด! พอมีหาบก็ต้องมีใบตองมาปู
ต้องจับจีบใบตอง ก็เกณฑ์กันมาเลย เพื่อนของมามี๊ มานั่งพับใบตองกัน
ตั้งแต่หกโมงเย็น ไปเสร็จเอา ตีสองกว่าได้มั้ง ^^" เพราะต้องจัดสถานที่กันด้วย
เรานัดทีมจัดดอกไม้มาเย็นๆ นู๊นน กว่าจะมาเกือบสองทุ่ม ไม่ว่ากัน เพราะดอกไม้ในงาน
ออกมาสวยม๊ากกกก :) แล้วก็เค้าจัดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ดี
จัดห้องสี่เหลี่ยมเรียบๆ ว่างๆ ออกมาได้หวานแล้วก็คลาสสิคมากๆ ถูกใจๆ








ทุ่มกว่าๆ ธัญกะโน๊ต ก็มาถึงบ้านเรา มาช่วยกันนั่งจีบใบตอง จัดของ จัดสถานที่
ขอบคุณเพื่อนทั้งสองคนนี้มากๆ อีกครั้งนึงนะจ๊ะ กว่าจะได้นอน คืนนั้นดึกน่าดู
ต้อมเอง โดนทุกคนไล่ให้ไปนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม เพราะเป็นห่วงว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่สวย
แต่ในเมื่อยังเตรียมไม่เสร็จเลย แล้วมามี๊ กะเพื่อนๆมี๊ ก็ยังนั่งทำกันอยู่ เราจะหนีไปนอนได้ไง
ไปนอนก็คงนอนไม่หลับ เลยช่วยกันเย็บใบตอง เย็บไปก็โดนดุไป "ต้อมไม่ต้องทำ เดี๋ยวมือพัง
เดี๋ยวเล็บเสียนะ พรุ่งนี้เราต้องโชว์มือ" ต้อมก็แบบ ดื้อๆ ทำจนได้ 555 โชคดีเล็บที่ไปต่อมาไม่พัง
เอิ๊กๆ ยกความดีให้ ร้านทำเล็บที่พารากอน อันนี้แนะนำ ต่อสวยเป็นธรรมชาติแล้วก็เนี๊ยบมาก
เล่าไปเล่ามา ยังไม่เข้างานซะที 555 เดี๋ยวจะยืดเกินเหตุ ตัดๆหน่อยดีกว่า







เช้าวันที่ 16 มีนา ต้อมตื่นแต่ 6โมงเช้า อาบน้ำ ไดร์ผม รอช่างแต่งหน้ามาที่บ้าน
พี่ช่างแต่งหน้าก็มาตรงเวลาเป๊ะ น่ารักสุดๆ เราก็เริ่มแต่งกันเลย โทนต้อมจะออกclassy
แต่จะเน้นให้ตาคมนิดนึง แก้ม ปากจะไม่ให้ฉูดฉาด แต่งออกมา ต้อมชอบมากกกกก
ทั้งหน้า ทั้งผม แบบพี่เค้ามืออาชีพจริงๆ จากโทรมๆ เมื่อคืน ออกมาเช้งได้ดังใจ
จากนั้นมามี๊ น้องสาว เพื่อนสาว แม่ที่รัก โซฟี ก็ทะยอยมาแต่งกัน พอเสร็จก็ 9โมงกว่า
ก็ได้เวลาเคลื่อนขบวนไปยังทีจัดงาน ไปถึงพระท่านก็มาแล้ว เราก็เรื่มพิธีกันเลย
ช่วงเช้าเรามีพิธีสงฆ์ก่อน ต้อมกะที่รักก็ไม่เค๊ย ไม่เคย ทำอะไรยังไง 555 ตลกดี แต่ก็ผ่านมาได้








พอสวดอะไรเสร็จ พระท่านก็ฉัน ช่วงนี้เราก็ได้พักกันซักนิด เดินสวัสดีแขกเหรื่อที่มา
พอพระท่านฉันเสร็จ ก็ถวายสังฆทาน แล้วก็กรวดน้ำเป็นอันเสร็จพิธีทางสงฆ์
ช่วงนี้ก็มีเวลาพักอีกครั้ง เสียงดนตรีจากวงดนตรีไทยก็บรรเลงไปเรื่อยๆ
เรากะที่รักก็เดินพูดคุยกะแขกซะส่วนใหญ่ งานนี้ พิธีกรในงานของเราไม่ใช่ใครอื่นไกล
เป็นคู่เพื่อนรักของต้อมนั่นเอง ธัญกะโน๊ต ระหว่างนี้พิธีกรก็ถือไมค์ ไปสัมภาษณ์เพื่อนๆของเรา
ว่าแบบรู้สึกยังไงกับคู่รัก หลายคนพูดเราแบบซึ้งไง ต่อมน้ำตาจะแตก แต่กลั้นไว้
บอกตัวเองว่า ไม่ได้นะ เดี๋ยวไม่สวย ยิ่งตอนอ๊อบพูดนะ ว่าเราสองคนผ่านอุปสรรคกันมา
รัสมุสต้องอดทนมาก เราแบบโอยยย จะตายเอา แบบมันโดนไง













พอซัก 11โมงกว่าๆ ก็เริ่มตั้งขบวนหมั้น (ฤกษ์หมั้นของเราตอนเที่ยงพอดี) ที่รักนำขบวน
ให้โซฟีน้องสาว ถือพานของหมั้น คุณพ่อ คุณแม่ที่รัก แล้วก็เพื่อนๆเราไปช่วยกันตั้งขบวน
พอได้เวลาก็เคลื่อนขบวนมา พอถึงทางเข้า ก็มีน้องสาวต้อม ก็ผู้ใหญ่อีกสองท่าน
ถือพานหมาก รอต้อนรับขบวนหมั้นอยู่ แล้วก็พาเข้ามาถึง ที่ๆจัดเตรียมไว้








ตอนนั้น ต้อมไม่รู้หรอกว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะต้อมแอบเก็บตัวอยู่อีกห้องนึง อิอิ
ได้ยินก็ได้พิธีกรสาวสวยของเราบอกว่าขั้นตอนเป็นยังไง แล้วเวลาเปิดตัวก็มาถึง 555
พอทุกคนมาครบกันแล้ว มามี๊ก็ต้องมาพาต้อมออกไป เจอที่รักและทุกคนที่รอเตรียมอยู่แล้ว
มาถึง ก็ไหว้ผู้ใหญ่ฝ่ายเรา ฝ่ายที่รัก แล้วก็ถึงเวลาสำคัญก็คือสวมแหวนหมั้น





ซึ่งงานนี้แบบว่าตลกมาก เพราะที่รักเองก็ไม่รู้ว่าเค้าทำกันยังไง (ไม่เคยซ้อมกันมาก่อนด้วยสิ)
ตอนที่รักสวมแหวนให้เรา ก็แบบเก้ๆกังๆ แบบใช้มือเดียวสวม เราก็กระซิบ สองมือๆ 555
แล้วสวมชึ๊บ เร็วมาก ช่วงภาพบอกแทบกดชัตเตอร์ไม่ทัน อิอิ แล้วเราก็สวมแหวนกลับ
มาคุยตอนหลังที่รักบอกว่า ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก กลัวผิดธรรมเนียมไทย กลัวสวมผิดนิ้ว
ต้อมล่ะขำกร๊ากเลย จากนั้นก็เป็นอันจบพิธี ถ่ายรูปกันครอบครัว แต่ยัง มันยังไม่จบแค่นั้น
ไม่รู้ว่าเสียงใคร ตะโกนขึ้นมาว่า Kiss! อะหืมมมม ทีนี้ล่ะเอากันใหญ่เล๊ยยย
เลยกระซิบที่รักว่า ok we've to do it, on my cheek ^^ เลยเล่นเอาเขิลของจริงทีนี้
เล่นจุ๊บหน้าคนเป็นร้อย มีแว่วมาให้ต้อมจุ๊บกลับ ต้อมแบบไม่นะ ม่ายยย... เลยแบบผ่านไป
เฮ้อ ค่อยยังชั่ว 555







จากนั้นก็เวียนๆ มาถ่ายรูปกัน ต้อมกะที่รักก็เหมือนถูกสต๊าฟอยู่บนเวที
ยิ้มอย่างเดียวงานนี้ ยิ้มจนแบบ เมื่อยปากแล้วน๊า พอได้ยังอ่ะ 555
แต่เราสองคนก็มีความสุขมาก โดยเฉพาะที่รัก เค้าจริงจังกับประเพณีของไทย
เค้าจริงจังกับเรา ที่สำคัญเค้าเคารพและเข้าใจครอบครัวเรา และสังคมของเรา








พอถ่ายรูปกันเสร็จก็เป็นอันจบพิธี หลังจากนี้ ก็ทานข้าวกัน เฮฮาปาร์ตี้ ไม่มีพิธีการแล้ว
ต้อมกะที่รัก ช่วงนี้ก็ยังต้องทำหน้าที่ เดินขอบคุณแขกที่มาในงาน นี่ขนาดมามี๊บอกว่า
ชวนไม่กี่คน เฉพาะที่สนิทๆนะ มากันเป็นร้อยเลย ^^" เดินครบทุกโต๊ะ ได้ถ่ายรูป
ได้พูดคุยกันนิดๆหน่อยๆ  ขอบอกว่าตอนนั้นเราสองคนหิวมากกกก
แต่ทานไรกันไม่ลงตอนนั้น เรายังแอบจุ๊บจิ๊บนะ ที่รักแบบว่าไม่เลย คือลืมทานไปเลย









ช่วงนี้เราเปลี่ยนจากวงดนตรีไทย เป็นวงดนตรีสากล ไม่รู้ว่ามามี๊ไปหาวงนี้มาจากไหน
มีไอแชลโล ตัวใหญ่ได้ใจจริงๆ ดูอลังกาลไว้ก่อน เพลงก็เพราะ นักร้องก็สวยเอิ้กๆ
แล้ว น้าเล็ก (เพื่อนมามี๊) ก็ขึ้นมาร้องเพลงให้เราสองคน เพลง Love me tender :)
ขอบคุณมากๆค่ะ พอน้าเล็กขึ้นมาร้องได้คน ทีนี้วงเริ่มแตก เพราะมามี๊กะเพื่อนๆ
เตรียมครองไมค์ 555 กลายเป็นเฮฮาๆ กันไปแทน จากแรกๆ เพลงรัก เพลงโรแมนติก
มาช่วงหลังออกแนว สุขกันเถอะเรา.. แล้วก็มีรำวงกัน ด้วยนะ แม๊ ทำไปได้









พอซักบ่าย2-3 แขกเริ่มทยอยกลับ งานนี้ ต้องขอบคุณแขกทุกคนที่มาในงาน
เพื่อนๆของเราที่มาช่วย พี่ๆที่โรงงานที่อุตส่าห์ลงทุนแต่งชุดไทย ช่วยงาน ต้อนรับแขก
ธัญ โน๊ต พิธีกรที่น่ารัก ฝน พี่ฟ้า ที่มาด้วยใจจริงๆ เพื่อนมหิดล เพื่อนธรรมศาสตร์
พี่ชาย พี่ตากล้อง พี่สาว น้องๆ ที่ช่วยดูแลงานและทุกๆอย่าง ขอบคุณที่สุดต้องป๋าแล้วก็มี๊
จะให้ขอบคุณในที่นี้ คงเขียนกันไม่หมดแน่ๆ แต่ต้อมกะรัสมุส รู้สึกขอบคุณทุกคนจากใจจริง
งานวันนี้ แม๊จะมีขลุกขลักไปบ้าง แต่เราก็รู้สึกพอใจมากๆเลยทีเดียว ทุกอย่างออกมาดี
สถานที่สวย เพลงเพราะ อาหารอร่อย ทุกคนแฮปปี้ เท่านี้ก็พอแล้ว :)






 



หลังงานหมั้น วันต่อมาเราก็พาครอบครัวที่รัก ขึ้นไปไร่ของป๋าที่กาญกัน
ไปแค่สองวัน แต่รู้สึกเต็มอิ่มมากๆ ได้พาครอบครัวที่รักไปเที่ยวน้ำตกด้วย
ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองครอบครัว มันอบอุ่นบอกไม่ถูก วันสุดท้ายก่อนกลับ
เรานั่งทานมื้อเที่ยงกันเสร็จ คุณพ่อของที่รัก ก็พูดขึ้นมาว่า ตามธรรมเนียมที่เดนมาร์ค
เวลามีงานอะไรเค้าจะเตรียมสปีชมาพูดกัน แต่งานหมั้นเรา เค้าไม่รู้ว่าไม่ต้องมี
แต่ไหนๆ เค้าก็เตรียมมาแล้ว ก็อยากจะพูดให้ฟังตอนนี้ คุณพ่อที่รักพูดไป เราแอบซึ้ง
จริงๆนะ น้ำตาไหลตาม พรากๆ ทุกคำพูดของท่านแสดงถึงความรัก
ความเข้าใจ ในความรักของเราจริงๆ  พอท่านพูดจบ ทีนี้ป๋าก็บอกว่ามีอะไรจะบอกเหมือนกัน
ต้อมแบบถึงกับกลั้นหายใจฟังเลยทีเดียว ป๋าพูดว่า สิ่งที่เราได้ทำกันมานี้ โดยเฉพาะรัสมุส
ที่ทิ้งงานทิ้งการ ทิ้งครอบครัวมาอยู่ที่ไทยกับเรา จนมาถึงวันหมั้นนี้ มันได้พิสูจน์แล้ว
ว่ารัสมุสรักลูกสาวของเราจริงๆ มันพิสูจน์ทุกอย่าง แล้วต่อจากนี้ ชีวิตจะเป็นของเรา
เค้าคงไม่ไปบังคับให้เราทำอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาเค้ายังไม่มั่นใจ
ว่าผู้ชายคนนี้รักกลูกสาวเค้าจริง ว่าผู้ชายคนนี้จะดูแลเราได้จริง แต่วันนี้ มันพิสูจน์แล้ว
ต้อมแบบไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจมันเหมือนกับ ลอยอยู่ในอากาศเลยนะ มันเบา มันโล่ง
สิ่งนี้แหละที่ต้อมอยากได้ยินมาตลอด... ขอบคุณค่ะ

เรามีเวลาที่ไร่ได้ไม่นาน เพราะครอบครัวที่รักจะต้องเดินทางกลับเดนมาร์ค วันถัดไปแล้ว
ระหว่างทางกลับลงมาจากไร่ โซฟี (น้องสาวที่รัก) ก็พูดขึ้นมาว่า ยูกำลังจะมีน้องกันใช่ไม๊
คำตอบที่พี่ชายเค้าตอบน้องเค้าคือ "อืมใช่ คืนนี้แหละ"  -*- เอ่อ กล้าพูดดดดด



เยส! ในที่สุดก็มีวันนี้ (ท่านี้ ฝนรีเควส)


มีเพื่อนๆหลายคนสงสัยว่าหลังหมั้นแล้วชีวิตเปลี่ยนไปไม๊ สำหรับต้อม ไม่ได้เปลี่ยนไปเยอะนัก
แต่รู้สึกว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ เราไม่เหงาแล้วนะ มีความสุขทุกๆวัน
ทุกๆเช้าที่ตื่นขึ้นมาก็เห็นที่รักอยู่ข้างๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราเคยรู้สึกกลัวนะ ว่าพอมาอยู่ด้วยกันทุกวันๆ ทำงานด้วยกันทุกวันๆ
คงจะเบื่อกันน่าดู แต่มันก็ไม่เป็นแบบนั้นเสมอไปหรอกนะ เราเพียงแต่ต้องแยกแยะ
บทบาทให้ได้ก็เท่านั้น ในเวลางาน บทยาทเราก็อีกแบบ พอเลิกงาน บทบาทเราก็อีกแบบ
เรายังคงความหวานไว้เหมือนเดิม โดยเฉพาะที่รัก ที่ยังรักและดูเราดีเหมือนเดิม
ถึงแม้เราจะขี้เหนื่อย 555 บางวันต้องไปนู่นมานี่ พอกลับถึงบ้านต้อมก็สลบแล้ว
มีวันนึง ต้อมเหนื่อยมาก หลับอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวีเลย ที่รักเรียกไปนอนบนเตียง ต้อมก็ไม่สน
ทีนี้ ที่รักเลยอุ้มเราเลย แฮ่ๆ ^^ จนถึงวันนี้ ต้อมก็จะพยายามรักษาความรัก ความหวาน
ที่เราเคยมีให้กันวันแรกยังไง วันนี้ก็ยังคงต้องมีอยู่...

อีกเรื่องที่เราดีใจไม่แพ้กัน วันนี้เราออกไปช้อปปิ้งกัน ซื้อของกินนั่นแหละ
ที่ท๊อปซุปเปอร์มาเก็ต ซื้อๆ เสร็จที่รักก็หิ้วของพะรุงพะรัง เราก็แบบสงสาร
แต่อยากแวะซื้อพวกเบเกอรี่ก่อน ที่รักก็รอ แล้วซักพักก็เดินไปไหนไม่รู้
พอต้อมซื้อเสร็จ ที่รักโทรบอกให้ยืนรอตรงร้านเบเกอรี่นะ เดี๋ยวตามไปหา สองนาที
เราก็คิดว่าที่รักเดินไปดูอะไร ปรากฎว่าที่รักกลับมาพร้อม ดอกลิลลี่ดอกโตสีขาว
ต้อมเฉไฉ ซื้อมาทำไม ซื้อมาให้ใคร 555 แหมน่ารักแบบนี้ จะไม่ให้รัก ได้ยังไง
จริงๆ ต้อมชอบกุหลาบขาว ที่รักบอกว่า ตอนแรกจะซื้อกุหลาบขาว แต่มันไม่สวยเท่าลิลลี่
เลยเลือกลิลลี่ดีกว่า สวยที่สุด ใหญ่ทีสุดในร้านเลย แฮ่ๆ...
คนนี้เค้าชอบมีอะไรแบบนี้มาให้ยิ้มได้เสมอๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันพิเศษอะไร
ต้อมดีใจ ที่วันแรกที่เรารู้จักกันเป็นยังไง วันนี้เค้าก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ เหมือนเดิม

:)
รัก





หยุด หยุดชีวิต หยุดกับคนนี้
 




ปล. ขอโทษทุกๆคน ที่หายไปเลย ไม่ได้ตั้งใจจะดองไดนะคะ
ที่ผ่านมายุ่งจริงๆ พอถึงบ้านก็แทบสลบทุกวัน ไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว
แต่ก็ขอบคุณนะคะ ที่ยังติดตามอ่านไดอะรี่กัน  

มีเวลา จะแวะมาอิดิท คำบรรยายใต้ภาพค่ะ :)



No comments:

Post a Comment