ลืมเล่าไปว่า ตั้งแต่ท้องมาผิวพรรณดีขึ้น มีแต่คนทัก อ๊ายชอบ:)
ไม่สิว ฝ้า กระ ผดผื่น ไม่เคยทาแป้ง ทารองพื้นออกจากบ้านเลย
ถ้ามีนัดเจอผู้คนหน่อย ก็ทาบีบีครีมแค่นั้น
ขอบคุณฮอร์โมนที่ลูกให้กับแม่มากๆ ที่ไม่ทำให้แม่ดูโทรมจนเกินไป
ช่วงสุดสัปดาห์ไปหาคุณตาคุณยายที่รักมา คุณตาท่านก็ทักว่าเราสดใส ดูเป็นคนท้องที่แฮปปี้
นอกจากนั้นคงเป็นเพราะดื่มน้ำเยอะมากๆ วันๆเกินสองลิตรแน่นอน จากคนไม่ชอบดื่มน้ำเลย
ก่อนท้องดื่มวันละ2 แก้วจริงๆ ^^' แล้วที่สำคัญขับถ่ายดีมากๆทุกวัน
เรื่องริดสีดวงที่ส่วนใหญ่คนท้องเป็นกันเราไม่มีเลย (ขอให้อย่าเป็นเลยนะ)
เรื่องริดสีดวงที่ส่วนใหญ่คนท้องเป็นกันเราไม่มีเลย (ขอให้อย่าเป็นเลยนะ)
ทั้งที่กินกล้วยหอมทุกวัน (เคยอ่านเจอมาว่า กล้วยหอมทำให้ท้องผูก กล้วยน้ำว้าทำให้ถ่ายดี)
แล้วที่ขาดไม่ได้ ก็ต้องทานวิตามินทุกวัน กินอยู่สามอย่าง
1 วิตามินรวม โฟลิค
2 เหล็ก
3 แคลเซียม + วิตามินดี
Mon 3.11.14
นัดหมอ
นัดหมอ
จริงๆครบรอบนัดหมอวีคที่32 แต่ตารางว่างของเรากะหมอไม่ตรงกัน เลยเลื่อนมาวีคนี้แทน
มาถึงก็ตรวจฉี่ก่อน ดูโปรตีน ดูน้ำตาล ผลออกมาเหมือนครั้งก่อน ไม่มีอะไร
แล้วก็มาวัดความดัน ดูความเสี่ยงเรื่องครรภ์เป็นพิษ ก็ความดันปกติดี ไม่เสี่ยง
ชั่งน้ำหนักอยู่ที่ 59 กิโลนิดๆ (ขึ้นมาจากก่อนท้อง9โลกว่า หมอบอกน้ำหนักดี)
แล้วก็ขึ้นเตียง หมอกดคลำดูตำแหน่งและขนาดลูก บอกชัดเจอไม่ได้ว่าขนาดเท่าไหร่
แต่ดูแล้วถือว่าตามเกณฑ์ดี แล้วลูกก็อยู่ในท่ากลับหัวลงแล้ว
(จริงๆก็ท่าหัวลงมาตั้งแต่วีค29ที่ไปตรวจกับมิดไวฟ์)
ตอนนี้ก็รอแต่ว่าหัวจะเข้าอุ้งเชิงกรานเมื่อไหร่ หรือที่เค้าเรียกกันว่าท้องลดนั่นแหละ
ดีใจจังอย่างน้อยก็มีลุ้นว่าจะคลอดเองได้ ถึงจะยังบอกอะไรมากไม่ได้ตอนนี้ก็เถอะ
ปิดท้ายรายการด้วยการฟังเสียงหัวใจเต้นของลูก ยังเต้นแรงดี ไม่มีตกเหมือนเดิม...
โล่งใจ
อาการโดยรวมดี ไม่มีปัญหา หมอถามเรื่องมือเท้าบวม เราก็ไม่เป็น
มีก็แต่เล็กๆน้อยๆ อย่างอาการเหนื่อยเริ่มกลับมา แล้วก็ปวดหลังบ้างนิดๆหน่อยๆแต่ไม่ทุกวัน
หมอก็บอกว่าปกติ เพราะเราแบกน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาถ่วงอยู่ตรงหน้าท้องนี้เกือบ10กิโล
ก็แนะนำให้เราทำท่าบริหารหลัง ช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง แล้วก็อย่าทำงานหนักๆ
ถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้โทรหาหมอได้ตลอด
เราไม่มีกังวลอะไร
ส่วนเรื่องท้องลาย ตั้งแต่ที่เจอขีดแดงๆ สามขีดที่พุงเมื่อตอนวีค30 จนมาวีคนี้ก็ยังเท่าเดิม
ลายยังไม่ขยายเพิ่มเติม >.< ขอให้อย่าเพิ่มเยอะเลยน๊า ยังเหลืออีกตั้ง 7สัปดาห์
ลายยังไม่ขยายเพิ่มเติม >.< ขอให้อย่าเพิ่มเยอะเลยน๊า ยังเหลืออีกตั้ง 7สัปดาห์
อาทิตย์หน้าก็มีนัดกับมิดไวฟ์อีก ช่วงสองเดือนก่อนคลอดนี้ เริ่มนัดถี่ละ
อาทิตย์เว้นอาทิตย์เลย ^^
พุงแหลมๆของคุณแม่ 33สัปดาห์
Tue 4.11.14
คอร์สเตรียมคลอดครั้งที่4
ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เลิกงานแล้วรีบไปโรงพยาบาลกันเหมือนเคย
วันนี้มิดไวฟ์ (ผดุงครรภ์) พาเราเดินดูห้องคลอด ห้องพักฟื้นหลังคลอด
แล้วก็ห้องรับรองสำหรับคุณแม่ (patient hotel) ซึ่งห้องรับรองนี้ เหมือนโรงแรมเลย
จะใช้สำหรับ ถ้าเราเจ็บท้องจะคลอด แต่พอมาถึงโรงพยาบาลหมอตรวจดูแล้วว่ายังไม่คลอดแน่นอน
ถ้าเราไม่อยากกลับไปรอที่บ้าน ก็สามารถขออยู่ที่ patient hotel นี้ได้
วันนี้มิดไวฟ์ (ผดุงครรภ์) พาเราเดินดูห้องคลอด ห้องพักฟื้นหลังคลอด
แล้วก็ห้องรับรองสำหรับคุณแม่ (patient hotel) ซึ่งห้องรับรองนี้ เหมือนโรงแรมเลย
จะใช้สำหรับ ถ้าเราเจ็บท้องจะคลอด แต่พอมาถึงโรงพยาบาลหมอตรวจดูแล้วว่ายังไม่คลอดแน่นอน
ถ้าเราไม่อยากกลับไปรอที่บ้าน ก็สามารถขออยู่ที่ patient hotel นี้ได้
แล้วก็มาดูห้องคลอดต่อ มีทั้งหมด 10กว่าห้อง มีหมอ มีมิดไวฟ์อยู่ดูแลตลอด
ทั้งวันธรรมดาและวันหยุดราชการ เพื่อนในคลาสถามเน้นเรื่องนี้มาก
เพราะพวกเรากำหนดคลอด ช่วงธันวา ช่วงนั้นวันหยุดเยอะ เทศกาลเยอะ กลัวหมอไปฉลองกันหมด
มีห้องคลอดที่ปรับปรุงใหม่อยู่ 3ห้อง ไฮโซมาก พวกเราคุยกันอยากได้ห้องนี้กันหมด ฮ่าๆๆ
แต่อันนี้ก็แล้วแต่จังหวะนะ ด้านในกว้างขวาง มีจอใหญ่มากอยู่กลางห้อง สำหรับเปิดรูป เปิดเพลงประกอบ
ทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย จะได้เจ็บน้อยๆ คลอดง่ายๆ แล้วก็สามารถปรับไฟในห้องได้ทุกสี
ทั้งวันธรรมดาและวันหยุดราชการ เพื่อนในคลาสถามเน้นเรื่องนี้มาก
เพราะพวกเรากำหนดคลอด ช่วงธันวา ช่วงนั้นวันหยุดเยอะ เทศกาลเยอะ กลัวหมอไปฉลองกันหมด
มีห้องคลอดที่ปรับปรุงใหม่อยู่ 3ห้อง ไฮโซมาก พวกเราคุยกันอยากได้ห้องนี้กันหมด ฮ่าๆๆ
แต่อันนี้ก็แล้วแต่จังหวะนะ ด้านในกว้างขวาง มีจอใหญ่มากอยู่กลางห้อง สำหรับเปิดรูป เปิดเพลงประกอบ
ทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย จะได้เจ็บน้อยๆ คลอดง่ายๆ แล้วก็สามารถปรับไฟในห้องได้ทุกสี
นอกจากนี้ก็มีอ่างน้ำไว้ให้ด้วย เผื่อคุณแม่ที่อยากคลอดในน้ำ หรือ แช่น้ำอุ่นเพื่อลดความเจ็บปวด
เราอยู่ในห้องนี้นานเหมือนกัน เกือบๆชั่วโมงเลย มิดไวฟ์ก็อธิบายอุปกรณ์ และตัวช่วยต่างๆในห้อง
ได้ความรู้ และความมั่นใจกลับออกมาเยอะเลย
เราอยู่ในห้องนี้นานเหมือนกัน เกือบๆชั่วโมงเลย มิดไวฟ์ก็อธิบายอุปกรณ์ และตัวช่วยต่างๆในห้อง
ได้ความรู้ และความมั่นใจกลับออกมาเยอะเลย

ห้องคลอด (รูปจากเน็ท)

สถิติจำนวนเด็กที่คลอดในปี 2009 (ที่โรงพยาบาล มีป้าสถิติของทุกๆปีอยู่)
จากนั้นก็กลับเข้ามาในคลาส เราคุยกันเรื่อง เจ็บคลอด เจ็บจริง เจ็บหลอก อาการยังไง
นับความถี่ในการเจ็บยังไง แล้วก็สอนเรื่องการฝึกหายใจ เพื่อช่วยคลายความเจ็บท้อง
นับความถี่ในการเจ็บยังไง แล้วก็สอนเรื่องการฝึกหายใจ เพื่อช่วยคลายความเจ็บท้อง
ก่อนจบคอร์ส มิดไวฟ์ก็พาไปดู แผนกห้องพักฟื้นหลังคลอด ก็มีอยู่สิบกว่าห้องเหมือนกัน
ปกติก็จะได้พักกันห้องเดี่ยวๆ นอกจากว่า ถ้าช่วงไหนที่มีคนคลอดกันเยอะๆจริงๆ ก็จะได้นอนกันสองคน
แต่ก็น้อยมากๆ ยิ่งคลอดช่วงเดือนธันวาอย่างเรา ไม่น่าจะเต็ม
แต่ก็น้อยมากๆ ยิ่งคลอดช่วงเดือนธันวาอย่างเรา ไม่น่าจะเต็ม
ระหว่างนั้นเอง เรากะที่รักก็สังเกตเห็น ป้ายชื่อหน้าห้องพักฟื้นห้องนึง เฮ้ยนี่มันคนรู้จักเรานิน่า
เราสองคนรีบลาเพื่อนๆในคลาส แล้วขอตัวเข้าไปหาเพื่อนกันเลย เซอร์ไพซ์กันทั้งสองฝ่าย
ทางเพื่อนก็งงว่าเรารู้ได้ไงว่าเค้าคลอดวันนี้ แล้วพักอยู่ที่นี่ เราก็งงที่บังเอิญมาเจอซะงั้น
แต่ก็อยู่ไม่นาน ให้คุณพ่อคุณแม่และเบบี้น้อยๆได้พักผ่อนกัน มาเห็นลูกเพื่อนคลอดออกมาแข็งแรง
น่ารักน่าชัง แล้วก็อดคิดถึงตอนเราบ้างไม่ได้ ว่าจะเป็นยังไงน๊อ ^^
เราสองคนรีบลาเพื่อนๆในคลาส แล้วขอตัวเข้าไปหาเพื่อนกันเลย เซอร์ไพซ์กันทั้งสองฝ่าย
ทางเพื่อนก็งงว่าเรารู้ได้ไงว่าเค้าคลอดวันนี้ แล้วพักอยู่ที่นี่ เราก็งงที่บังเอิญมาเจอซะงั้น
แต่ก็อยู่ไม่นาน ให้คุณพ่อคุณแม่และเบบี้น้อยๆได้พักผ่อนกัน มาเห็นลูกเพื่อนคลอดออกมาแข็งแรง
น่ารักน่าชัง แล้วก็อดคิดถึงตอนเราบ้างไม่ได้ ว่าจะเป็นยังไงน๊อ ^^
Wed 5.11.14
ไปทำงานตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอกลับบ้านมา ได้พักเท่านั้นแหละ
ตั้งแต่ข่วงเย็นไป มีอาการเจ็บหน่วงๆที่ท้องช่วงล่าง แล้วก็เริ่มเจ็บที่จิ๊มิ๊ด้วย แต่ไม่มีอาการท้องแข็งนะ
ไม่รู้ว่า เป็นเพราะ เรายืนหรือว่าเดินเยอะจากที่ทำงาน หรือเพราะว่าหัวลูกลงต่ำแล้ว
(เดี๋ยวอาทิตย์หน้านัดเจอมิดไวฟ์จะถามเรื่องนี้ด้วย)
ตั้งแต่ข่วงเย็นไป มีอาการเจ็บหน่วงๆที่ท้องช่วงล่าง แล้วก็เริ่มเจ็บที่จิ๊มิ๊ด้วย แต่ไม่มีอาการท้องแข็งนะ
ไม่รู้ว่า เป็นเพราะ เรายืนหรือว่าเดินเยอะจากที่ทำงาน หรือเพราะว่าหัวลูกลงต่ำแล้ว
(เดี๋ยวอาทิตย์หน้านัดเจอมิดไวฟ์จะถามเรื่องนี้ด้วย)
จะลุกที จะนั่งที ต้องค่อยๆ เลย แต่โชคดีที่เราลางานล่วงหน้า วันพฤหัสเอาไว้
เพราะรู้ตัวว่า วีคนี้ต้องทำงานติดกัน 6วัน เราไม่ไหวแน่ๆ เลยขอลาพักวันนึง
เพราะรู้ตัวว่า วีคนี้ต้องทำงานติดกัน 6วัน เราไม่ไหวแน่ๆ เลยขอลาพักวันนึง
ตอนนี้ก็นับวันที่จะได้ลาคลอดทุกวัน วันสุดท้ายที่เราทำงานคือ 21พ.ย.(กำหนดคลอด 20ธ.ค.)
เหลือวันทำงานสิบกว่าวัน โอย ทรมาน อยากหยุดอยู่แล้ว ^^"
Thu 6.11.14
Day-off
วันนี้ตั้งใจลาหยุดพักผ่อนอยู๋บ้านวันนึง ก่อนจะลุยทำงานต่อ ศ-อา
ตื่นซะเก้าโมง นอนแบบเต็มอิ่มสุดๆ ที่รักออกไปทำงานตอนไหน ไม่รู้เรื่องเลย
วันหยุดของเรา ขอสปอยตัวเองหน่อย มื้อเช้า ก็เอามาทานบนเตียงนี่แหละ
แล้วก็เปิดดูหนังในคอม นอนดูเพลินไปเลย
เที่ยงก็พาโรมิโอ ออกไปเดิน แล้วกลับมาทำอะไรง่ายๆทานเป็นมื้อกลางวัน
วันหยุดของเรา ขอสปอยตัวเองหน่อย มื้อเช้า ก็เอามาทานบนเตียงนี่แหละ
แล้วก็เปิดดูหนังในคอม นอนดูเพลินไปเลย
เที่ยงก็พาโรมิโอ ออกไปเดิน แล้วกลับมาทำอะไรง่ายๆทานเป็นมื้อกลางวัน

my breakfast in bed
ช่วงบ่ายมาคนมาส่งของ สองคน คนแรกมาส่งดอกไม้ให้ เราก็งง ดอกไม้จากใคร
เปิดดูในการ์ด อ่อ จากบริษัทรถ SEAT ที่เราเพิ่งไปถอยรถกันมานี่เอง
แหม บริการหลังการขายประทับใจนะ ในการ์ดเขียนว่า "ยินดีด้วยกับรถคันใหม่" ^^
นอกจากนี้ก็โทรมาถามด้วย ว่าซื้อไปแล้ว รถวิ่งดีไม๊ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ประทับใจมากๆเลย
เปิดดูในการ์ด อ่อ จากบริษัทรถ SEAT ที่เราเพิ่งไปถอยรถกันมานี่เอง
แหม บริการหลังการขายประทับใจนะ ในการ์ดเขียนว่า "ยินดีด้วยกับรถคันใหม่" ^^
นอกจากนี้ก็โทรมาถามด้วย ว่าซื้อไปแล้ว รถวิ่งดีไม๊ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ประทับใจมากๆเลย
ครึ่งชม.ถัดมา อีกเจ้ามาส่งของที่เราสั่งไปทางเน็ทเมื่อวาน
เป็นของจ่ายตลาดที่ปกติเราต้องออกไปซื้อตามซุปเปอร์มาเก็ตเองนั่นแหละ
แต่ที่รักเค้าเห็นว่าเราท้องใหญ่มากแล้ว ก็ไม่อยากให้ไปถือของหนักๆ
บวกกับคิดการไกลถึงหลังคลอดอีกว่าคงไม่มีเวลาไปจ่ายตลาดบ่อยๆ
เลยต้องพึงเวบ nemlig.com เป็นการจ่ายตลาดทางเน็ทนั่นเอง สะดวกมากๆ
เราเลือกของที่อยากได้ใส่ตะกร้า แล้วเลือกวันส่งมอบของ และจ่ายตังค์ เสียค่าส่งนิดหน่อย
ต่แลกกับความขี้เกียจแล้ว มันโอเคมากๆ ไม่ต้องไปจ่ายตลาดเอง แบกถุงหนักๆพะรุงพะรัง
แล้วของก็แพ็คแยกมาอย่างดี ของสด ของแห้ง ของแช่แช็ง แล้วของก็ดีด้วย ผักผลไม้สด ไม่มีบอบช้ำ
มีข้อเสียอยู่บ้าง ตรงที่ ของอาจจะมีน้อกว่า ถ้าเราไปเลือกที่ซุปเปอร์ฯเอง และบางอย่างก็แพงกว่านิดนึง
แต่ก็โอเค เพราะของหลักๆที่ใช้ประจำก็มีครบ แล้วแลกกับความสะดวกสบาย
เราเลือกของที่อยากได้ใส่ตะกร้า แล้วเลือกวันส่งมอบของ และจ่ายตังค์ เสียค่าส่งนิดหน่อย
ต่แลกกับความขี้เกียจแล้ว มันโอเคมากๆ ไม่ต้องไปจ่ายตลาดเอง แบกถุงหนักๆพะรุงพะรัง
แล้วของก็แพ็คแยกมาอย่างดี ของสด ของแห้ง ของแช่แช็ง แล้วของก็ดีด้วย ผักผลไม้สด ไม่มีบอบช้ำ
มีข้อเสียอยู่บ้าง ตรงที่ ของอาจจะมีน้อกว่า ถ้าเราไปเลือกที่ซุปเปอร์ฯเอง และบางอย่างก็แพงกว่านิดนึง
แต่ก็โอเค เพราะของหลักๆที่ใช้ประจำก็มีครบ แล้วแลกกับความสะดวกสบาย
คาดว่าคงได้ใช่บริการเวบนี้อีกแน่นอน

No comments:
Post a Comment