Thursday, 25 September 2014

Week 27 :: Parent preparation class

สัปดาห์นี้มีเหตุตั้งแต่ต้นสัปดาห์เลย >.<

วันจันทร์ : ลื่นในห้องน้ำ
อาบน้ำเสร็จ เรากำลังก้าวขาออกมากำลังจะหยิบผ้าเช็ดตัว
ปรากฎว่าก้าวพลาด ขาที่ก้าวออกมาก่อน เปียกๆ ลื่นปรื้ด อีกข้างยังอยู่ที่เดิม
ผลก็คือขาฉีกแบบท่ายิมนาสติก ขาหลังเอาเข่าลง เลยไม่ได้กระแทกอะไรกับท้องโดยตรง แต่เข่าบวมเขียวเลย
แต่ก็ตรงช่วงขาหนีบก็มีเคล็ด จากปวดหลังอยู่แล้ว เลยพาลให้ปวดหลัง ปวดบั้นเอว หนักกว่าเดิม ฮือๆ
พยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นมา สังเกตว่ามีเลือดไม๊ ท้องแข็งไม๊ เจ็บท้องไม๊ โอเค ไม่มีอาการเสี่ยงอะไร
วันนั้นทั้งวัน ไม่ได้มีแพลนทำอะไร ก็พักผ่อนนอนเกือบทั้งวัน รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย
ที่รักเลิกงานกลับมาบ้าน เราเล่าให้ฟัง ที่รักบอก เจ้าห้องน้ำเนี่ย มันแย่มากเลยนะทำให้เราเจ็บได้
เอ้อนะ ทำยังกะเราเป็นเด็ก โอ๋แบบ โอ๋เด็กๆเลย แต่ก็ทำให้เราขำได้ 

อังคาร : คลาสเตรียมตัวเป็นพ่อแม่
หลังเลิกงาน เราไปรอรับที่รักที่ทำงาน แล้วขับรถไปด้วยกัน
คลาสเราจัดขึ้นที่โรงพยาบาลที่เราฝากครรภ์อยู่ ทางโรงพยาบาลจัดคลาสขึ้นเพื่อว่าที่คุณพ่อคุณม่
ให้เตรียมความพร้อม เกี่ยวกับการการดูแลตั้งแต่ในครรภ์ การคลอด การให้นม และชีวิตหลังคลอด 
คลาสนี้แบ่งเป็นสี่ครั้ง คลาสของเรามีว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหมด 5คู่ เป็นคลาสเล็กๆ แต่ก็คุยกันทั่วถึงดี
มาครั้งแรกคุยทั่วไป แนะนำตัวเอง อายุครรภ์เท่าไหร่ มีอาการอะไรบ้าง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละคน
คนสอนเป็นพยาบาลผดุงครรภ์ วันนี้สอนเรื่องสัญญาณบ่งบอกว่าจะคลอด การทำงานของมดลูกตอนคลอด การเตรียมตัว เมื่อไหร่ตวรจะมาโรงพยาบาล
10นาทีสุดท้าย ให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ฝึกกำหนดลมหายใจ ลงไปนอนบนเสื่อโยคะ
แล้วก็เปิดเพลงสบายๆคลอ แล้วก็ให้เรากำหนดจิตไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย แม๊ เราเกือบหลับแน่ะ อิอิ 
ก่อนกลับ เราตกใจนิดนึง อยู่ๆที่รักถามเรื่อง ถ้าเราจะเดินทาง ขึ้นเครื่องบินจะปลอดภัยไม๊ไม๊
ได้คำตอบว่า ถ้าบินไม่ไกลมาก ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเดินทางหลายชั่วโมงให้ระวังเรื่องขาบวม เท่าบวม
ระบบเลือดหมุนเวียนไม่สะดวก ให้ใส่ถุงน่องซัพพอทขา ถ้าไม่มีปัญหาอะไรน่าจะบินได้จนถึงวีคที่ 33นู่นแนะ
เดินออกมา เราถามที่รัก แน่ะ จะพาเราไปเที่ยวหรอจ้ะ ^^ 

วันพุธ : ลูกไม่ดิ้น
เราเอง กังวลใจมาตั้งแต่เมื่อวานละ รู้สึกว่าลุกดิ้นน้อยลง แล้วก็ดิ้นเบามากๆ
คิดไปถึงเมื่อวันที่ลื่นในห้องน้ำเมื่อวันจันทร์ มันจะเกี่ยวรึเปล่านะ
พอมาวันพุธ เราก็ทำงานๆ จนลืมๆไป กลับมาบ้านพยายามพักผ่อน นอนทำตัวสบายๆ
แล้วก็ลูบๆพุง รอดูว่าลูกจะดิ้นไม๊ ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เท่านั้นแหละ เราเริ่มเครียดละ
เพราะปกติ ลูกดิ้นแรง แล้วก็ดิ้นหลายครั้งด่อวัน เราเศร้าเลย กลัวลูกเป็นอะไรไป
ที่รักโทรมาพอดีเห็นเราเสียงไม่ดี เราเลยบอกที่รัก ที่รักก็ปลอบๆเรา บอกให้เราใจเย็นๆ
เดี๋ยวถ้าไม่ดียังไง เราไปหาหมอกัน ไปตรวจให้แน่ใจ 

พอที่รักกลับถึงบ้าน ก็เดินเข้ามากอดเราก่อนเลย เราบ่อน้ำตาแตก ร้องไห้โฮเลย เซนซิทีฟมาก
เพราะเครียดมาทั้งวัน ที่รักบอก ไม่เป็นไรนะ เค้าอ่านจากในเน็ท ลูกอาจขี้เกียจ
ไม่ก็ท่านอนเปลี่ยนไป ทำให้เราไม่รู้สึก เดี๋ยวเราลองทำหลายๆวิธีดู
ว่าแล้วที่รักก็เทน้ำเย็นๆให้ ใส่น้ำแข็ง กระตุ้นลูกหน่อย ดื่มน้ำไปยังไม่ได้ผล
ที่รัก ก็เขย่าพุงเรา พร้อมทั้งเรียกชื่อลูก บอกว่า ตื่นได้แล้วค๊าบ อย่าแกล้งแม่เค้าเลยน๊า
เขย่าก็แล้ว ลุกขึ้นมากระโดดก็แล้ว สุดท้าย ที่รักเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแนบพุงเรา เปิดเพลงให้ลูกฟัง 



เราเองท้อใจละ ทำมาหลายวิธีไม่รู้สึกว่าเค้าดิ้นเลย ก็นอนนิ่งๆปล่อยให้ที่รักทำไป
แล้วตอนนี้แหละ ลูกก็ถีบขึ้นมาทีนึงแรงๆ เราสองคนแบบเฮ้ย ใช่รึเปล่า ที่รักบอกใช่ยิ่งกว่าใช่
เรางี้ดีใจมาก โอยลูกทำเอาแม่ใจหายใจคว่ำมาทั้งวัน ตอนนี้กลับมายิ้มได้ละ
คืนนั้น ที่รักนอนจับพุงเราตลอดคอยเช็คว่าลูกดิ้นไม๊ แล้วก็บอกเราว่า ตอนเราหลับ ลูกก็ดิ้นนะ
ก็โล่งไปนิดนึง แต่ยังไม่สบายใจเท่าไหร่ เพราะก็ยังดิ้นไม่เยอะเหมือนก่อน 

อาการของคุณแม่ อื่นๆ
วีคนี้ ยังไม่กล้าชั่งน้ำหนักเลย กลัวใจ ฮ่าๆ วีคที่แล้วขึ้นมาเยอะ
วีคนี้ขึ้นมาอีกแน่ๆ เพราะเสื้อยูนิฟอร์มที่ใส่ทำงานเริ่มปริแล้ว >.<
ส่วนอาการที่เป็น อย่างปวดหลัง มือชา ก็ยังมีอยู่ แต่ก็ดีขึ้นหน่อยนึง
ตอนกลางคืนนอนเราลองเอาหมอนมาหนุนๆ นอนหัวสูงขึ้น แล้วก็มีหมอนหนุนข้างๆ ทั้งซ้าย ทั้งขวา
ก็พอช่วยได้บ้าง นอกจากนี้ก็มีพุงแห้ง ต้องขยันทาครีม ทาออยหน่อย เท่านี้แหละ 



วาดเล่นๆ ^^

Friday, 19 September 2014

Week 26

สัปดาห์นี้ ขนาดท้อง ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และ น้ำหนัก ก็พุ่งขึ้นพรวดจนน่าตกใจ วีคเดียวขึ้นมาเกือบสองกิโล >.<"

เอาเรื่องขนาดท้องก่อน ที่ทำงานแซวทุกวัน จนเราเริ่มจะกังวลละนะ ว่าท้องใหญ่ไปรึป่าว 
คือจากคนที่ไม่เคยได้สังเกต ตอนนี้ถามทุกคน ตอนแรกเราก็ไม่คิดอะไร ก็กลายมาจะคิดละ^^'
ไม่รู้ว่าที่ใหญ่มากเนี่ย มันคือของแม่ หรือของลูก เริ่มกลัวลูกตัวใหญ่เกินไปอีก
กลัวจะคลอดเองไม่ได้ เพราะเราตั้งใจที่จะคลอดเองมากๆ 

ปัญหาอีกอย่างที่สำคัญมากๆ >.< ก็คือก้มมองน้องจิ๊มิ๊ไม่เห็นแล้ว
ทำให้เป็นปัญหาในการกำจัดขนอย่างมากๆ แอร๊ ไม่ได้ทะลึ่งนะ มันเป็นปัญหาจริงๆ 55
ถามเทคนิคส้ม ส้มบอกกระจกช่วยท่านได้ ใช้ส่องกระจกช่วยเอา

ส่วนน้ำหนัก ก็ขึ้นเร็วจนน่ากลัวตอนนี้อยู่ที่ 57-58 (รวมขึ้นมาจากก่อนท้อง 8กิโล)
เราตกใจตัวเองเลย ชั่งวีคที่แล้ว ตอนไปพบหมอ ยัง56อยู่เลย
เลยชะล่าใจด้วย วีคที่แล้วก็ทำเค้กเนยกินเองทุกวัน แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก
อย่างอื่นเราก็กินปกติ งงเหมือนกันว่ามาจากไหนเยอะแยะ
ยังถามที่รักเลยว่าเราดูอ้วนขึ้นมากไม๊ ที่รักบอกเหมือนเดิม ออกแต่พุง
หาอ่านในเน็ท บอกว่าถ้าน้ำหนักขึ้นเร็วมากไป จะเสี่ยงเป็นเบาหวานตอนท้อง
สงสัยจะต้องเพลาๆพวกขนมลง แล้วก็พวกน้ำตาล แป้งลงบ้าง
กว่าจะนัดเจอมิดไวฟ์(ผดุงครรภ์อีกที ก็อีก2อาทิตย์) ถึงตอนนั้นคงได้รู้กัน  
.
.
.

เป็นผลต่อเนื่องมาจาก น้ำหนักที่ขึ้นมาเกือบ 8กิโล กับท้องที่ใหญ่ขึ้นมาก
ทำให้ตอนนี้เกิดปัญหาอีกอย่างขึ้น ก็คือ ปวดหลัง ปวดเมื่อย มากๆ
โดยเฉพาะตอนนอน เริ่มนอนไม่หลับ ต้องตื่นเพราะว่านอนไม่สบาย อึดอัด ปวดหลัง
ต้องคอยเปลี่ยนท่าบ่อยๆ นอนหงายก็ปวดหลัง ตะแคงก็ปวดเมื่อย
นอนทับแขนก็แขนชามือชาอีก โอยยยย อะไรกันนักกันหนาเนี่ย
แต่ก็ต้องคอยเปลี่ยนท่าไปเรื่อย คนรอบข้างบอกให้หาหมอนมารองขาบ้าง รองพุงบ้าง
เราลองดูหนึ่งคืน ก่อนนอนก็หนุนระหวา่งขา นอนตะแคงอย่างดี
ตื่นมากลางดึกอีกที หมอนกระจายตกเตียงไปเมื่อไหร่ไม่รู้ คือไม่ชินกับหมอนข้างเลย
บอกที่รัก นางก็บอกจะซื้อหมอนซัพพอทสำหรับคนท้องให้ เง้อ เอาอีกละ 
เราล่ะอยากให้ประหยัดเงินไว้ก่อนอันละตั้งเกือบ500โครน
เรายังต้องเก็บไว้ให้ซื้อของให้ลูก เรายังขาดอีกเยอะ
อีกอย่าง เราลองเอาหมอนธรรมดามารองหนุนดูก่อน ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ค่อยซื้อเน๊าะ
แต่ก็ขอบใจที่รักมากๆ ที่เป็นห่วงเราตลอด

.
.
.

แต่มีอย่างนึงที่ชอบมากๆนะ ผลจากการท้อง และน้ำหนักขึ้น
ทำให้ หน้าอกหน้าใจ ใหญ่ขึ้นมากด้วย ตอนนี้เสื้อในเปลี่ยนไซส์หมด
จากต้องมีฟองน้ำเสริมตลอด ตอนนี้ไม่ โอยมีความสุข อกอึ๋มโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
แต่ก็นะ ทุกคนพูดเหมือนกันว่าพอคลอดน้อง ให้นมเสร็จแล้วก็จะกลับมาฟีบดังเดิม
เผลอๆ ฟีบเหลือน้อยลงกว่าเดิมด้วย ฮ่าๆๆๆ หัวเราะทั้งน้ำตา ^^' 



.
.
.

จับสังเกตลูกดิ้น วีคนี้ลูกดิ้นชัดเจน เป็นเวลาบ้างละ
คือเราพอจะรู้ละว่า เค้าชอบดิ้นช่วงไหน หลักๆเลยก็ก่อนแม่นอน กับตอนแม่ตื่นตอน
หลังทานอาหาร โดยเฉพาะถ้าทานอะไรหวานๆเย็นๆจะดิ้นเยอะพิเศษ แล้วก็เวลาเพลินๆ
ส่วนตำแหน่ง ก็จะรู้สึกบ่อยที่สุดด้านซ้ายๆของพุง   



.
.
.

ใจเย็น ไม่ปรี๊ด ตั้งแต่ตั้งท้องลูกชายมา รู้สึกว่าตัวเราใจเย็นลงเยอะ
มีอะไรก็จะพยายามปล่อยวาง ไม่อยากเครียด ไม่ค่อยโกรธ ไม่โมโห
ลูกทำให้เราอารมณ์เย็นลงเยอะมาก ขอให้ลูกออกมาใจเย็นๆเหมือนแม่นะคะ
ไม่ให้อามรณ์ร้อนเหมือนพ่อ (แซวพ่อ อิอิ)


ไหนๆก็ไหนๆ พูดถึงว่าที่คุณพ่อซักหน่อย 
ช่วงนี้ที่รักบอกรักเราทุกวัน บอกว่าเราดียังงั้นยังงี้ เราช่วยที่รักหลายอยาง
ทำกับข้าวกับรีดผ้าให้ทุกวัน ดูแลที่รักอย่างดี        
ส่วนนึง คือเราเห็นว่าที่รักยุ่งมาก ตอนนี้ทำงานควบสองจ๊อบ ทั้งงานตำแหน่งใหม่
แล้วก็ตำแหน่งงานเก่าที่ยังหาคนมาทำแทนไม่ได้ เลิกงานหกโมงเย็นทุกวัน
(ซึ่งผิดวิสัยคนเดนส์มาก ปกติสี่โมงก็กลับบ้านแล้ว) แล้วเราก็รู้สึกอยากทำให้ด้วย
เราก็ยังมีแรง ไม่ได้เหนื่อยมากมายอะไร

ที่รักเล่าให้ฟังเรื่อง เพื่อนที่ทำงาน ภรรยาเค้าก็ท้องเหมือนกัน แต่เหวี่ยงวีนสุดๆ
เพ่อนก็มาบ่นว่าฮอร์โมนคนท้องยังงั้นยังงี้ ที่รักก็ได้แต่รับฟัง
ไม่รู้นะของงี้เรารู้สึกว่า 
you get what you give อ่ะ
เราเข้าใจภรรยาเค้านะ 
ถามไปถามมา ก็รู้ว่าสามีก็ไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกเท่าไหร่
เน้นวัตถุกันมากกว่า 
อย่างของใช้ลูก ก็ซื้อไว้หมด แต่ไม่เคยซื้ออะไรให้ภรรยาที่อุ้มท้องอยู่เลย
แล้วตอนไปหาหมอ ไปหาผดุงครรภ์ 
ฝ่ายพ่อไม่เคยไปด้วยเลย
ผิดกับที่รักไปกับเราตลอดถ้าติดงานก็ลางาน ที่รัก
บอกตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าเราและลูก
เรารู้สึกขอบคุณที่รักมากๆ ขอให้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี ดูแลเราและลูกแบบนี้ตลอดไปนะจ้ะ





ปิดท้ายด้วยรูปพุง
เทียบกับเมื่อตอนวีค16 กับตอนนี้วีค26



พุงพุ่งมากกกกกกกกกกกกกก

Thursday, 11 September 2014

Week 25

ตั้งท้องมา 25สัปดาห์กว่าๆแล้วน๊า นับวัน ยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก
ยังคิดว่าเพิ่งจะเข้ากันยามาหยกๆ นี่อะไร จะกลางเดือนอยู่ละ
อีกแค่สามเดือนก็จะได้เจอหน้าลูกแล้ว 


อาการคุณแม่
อาการใหม่ล่าสุด สัปดาห์นี้ เริ่มรู้สึกว่า ท้องแข็งมากขึ้น ก่อนหน้านี้ ยังไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่า
ก็เริ่มสังเกตตัวเอง จะเป็นตอนเราลืมตัว ลุกยืนเร็วๆบ้าง ออกแรงเยอะๆ ถือของหนักๆ
แต่แข็งแค่แว๊บเดียวจริงๆ นับหนึ่งไม่ถึงสิบดี ก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ไม่เจ็บ ไม่ปวด
อ่านเจอในหนังสือ บอกว่าเป็นอาการปกติที่มดลูก เริ่มฝึกบีบตัว ซ้อมๆไว้ก่อน ที่จะคลอดจริง 



มือชา ก็ยังชาทุกคืนเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าไม่หนักเหมือนช่วงก่อน
เอ๊ะหรือว่าจะชินก็ไม่รู้ ^^' 

หิวบ่อย ทานเยอะ ชอบทานขนมหวานมาก ตอนนี้กลับมาทำเค้กอีกแล้ว
ช่วงท้องแรกๆจนถึง4เดือน ไม่แตะเค้กเลย คือไม่อยากทานขนม อะไรหวานๆเลี่ยนๆ
แต่ตอนนี้ตรงข้าม อยากทานแต่ของหวาน ขนมนมเนย เค้ก
อาหารก็ทานได้ปกติดี ตอนทานก็ทานเยอะได้ แต่พออิ่มแล้วนั่งซํกพัก อาการจุกแน่นท้องก็ตามมา
อึดอัดท้องมาก รู้สึกผิดตลอดเลย รู้งี้ไม่น่าทานไปเยอะเลย 
ส่วนระบบขับถ่ายก็ปกติทุกอย่าง เข้าห้องน้ำทุกวัน ดีกว่าตอนยังไม่ท้องด้วยซ้ำ 



วิตามินบำรุง กับครีมทาพุง

ตอนนี้ทานวิตามินอยู่สามตัว มีวิตามินรวมของคนท้อง(มีกรดโฟลิค), เหล็ก, วิตามินดี+แคลเซียม
ส่วนครีมทาท้อง ก็ใช้อยู่สองตัวสลับๆกันไป ปกติก็ทาเช้า กะก่อนนอน
ตัวแรก Bio-oil ตัวนี้ กูเกิ้ลดูแล้วเห็นว่าคนใช้เยอะ หลายคนบอกว่าดี
อีกตัว Palmer's Tummy Butter เราชอบตัวนี้มากกว่า รู้สึกว่ามันอยู่ทนทั้งวัน
ตัวแรกไม่รู้ว่ามันซึมดีไปหน่อยรึยังไง ทาหาย ทาหาย
ก็หวังแต่ว่าตัวใดตัวนึง หรือสองตัวนี้ จะช่วยไม่ให้ท้องลายได้นะ
จริงๆ ลึกๆ ก็ไม่ได้หวังมาก เพราะเราผิวไม่ดีอยู่แล้ว ผิวบางด้วย คิดว่าคงไม่พลาด ลายมาแน่ๆ ^^'


ช้อปปิ้ง

เริ่มแล้วค่า ว่าที่คุณพ่อ สั่งซื้อเตียงลูกไปเรียบร้อยโรงเรียนเดนมาร์กแล้ว
เป็นเตียงที่สามารถปรับใช้ได้ตั้งแต่เบบี้แบเบาะ ยันเด็กโตซัก 6-7ขวบ
คือมันสามารถปรับระดับสูงต่ำ ถอดซี่รั้วที่ล้อมเอาไว้ได้ กะว่าซื้อทีเดียวใช้นานเลย 
ราคาก็แพงใช่ย่อย ถ้าซื้อปกติก็หกพันโครนได้(สามหมื่นกว่าบาท)
แต่ว่าเราได้ของมือสองมา ราคาถูกกว่าครึ่งนึง ดีใจจุง 


Leander convertible bed ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจน 6-7ขวบ 


เสื้อผ้าเด็ก ตอนนี้ยังไม่ได้ซื้อ แต่ก็เกือบตะบะแตกหลายที 
ยับยั้งชั่งใจเป็นอย่างมา ดูในเวบทุกวัน น่ารักไปหมดทุกชุดเลย 
ที่ยังไม่ซื้อเพราะยังงงๆ กะไซส์ ทุกคนที่รู้จักบอกมาว่า เด็กเล็ก โตเร็วมากๆ
ไม่ต้องซื้อเยอะ เราเลยไม่รู้ว่าจะซื้อไซส์ไหน แบบไหนบ้าง ซักเท่าไหร่ดี งงๆอยู่



พบหมอประจำสัปดาห์ที่ 25

มาถึงเรื่องสำคัญกันบ้าง วันนี้ครบกำหนดไปพบคุณหมอตามนัด 
ก็เข้าไปชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ตามปกติ ความดัน110/70
น้ำหนักอยู่ที่ 56กิโลเป๊ะ (ขึ้นมา 6กิโลจากก่อนท้อง) หมอไม่ได้ทักอะไร
ก็เดาว่าน่าจะปกติตามเกณฑ์ ^^' 

แล้วก็ตรวจฉี่ด้วย หมอบอกว่าค่าออกมาผิดปกตินิดหน่อย แต่ไม่ได้น่าเป็นห่วง
อาจมีติดเชื้อในกระเพาะปัสสะวะ หรือลำไส้ เดี๋ยวยังไงจะส่งตรวจละเอียดอีกที
แล้วให้โทรมาฟังผลพรุ่งนี้ แต่หน้าตาหมอไม่ได้ดูวิตกอะไร แถมบอกว่าอาจไม่มีอะไรก็ได้
แต่เราก็ใจเสียไปแล้ววูบนึง งุงิ งุงิ 

แล้วก็ขึ้นเตียง หมอคลำๆกดๆ ตำแหน่งมดลูก ดูขนาด แล้วก็เอาสายวัดมาวัด
จากหัวหน่าวขึ้นมา เหนือสะดือหน่อยๆ แล้วก็เอาเครื่องฟังเสียงหัวใจมาทาบ
ได้ยินเสียงหัวใจลูกเต้นทีไร มันปลื้มปริ่มทุกที
หมอบอก ทุกอย่างดูปกติดีมาก :)

แล้วก็ถามถึงว่า ลูกดิ้นทุกวันไม๊ เราก็ตอบไป รู้สึกว่าเค้าดิ้นทุกวัน บางวันเยอะ บางวันน้อย
หมอบอกดีแล้ว บางคนจะรู้สึกว่ารู้ดิ้นเยอะกว่า ก็ไม่ต้องไปกังวล มันแล้วแต่คน
ขอแค่ให้เรารู้สึกว่าเค้าดิ้นทุกวันตั้งแต่นี้เป็นต้นไปก็พอ

ส่วนเรื่องท้องแข็งก็ปกติ หมอบอกตามที่เราเข้าใจมาก่อนหน้า
แต่จะกำชับนิดนึงว่า ท้องแข็งก็เหมือนเตือนให้เรา ทำอะไรช้าลง เบาลง
พักซักหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากังวล เป็นเรื่องปกติ 
แล้วก็ไม่มีอะไรละ เท่านี้แหละ แล้วก็นัดวัน เวลา สำหรับนัดครั้งต่อไป  
.
.

กลับมาบ้าน หิวมากกกกกกกกกก ตั้งใจทำหมูอบ หมักหมูไว้ตั้งแต่เช้า
มาถึงก็เอายัดเข้าเตาอบเลย แล้วก็ลวกเส้นลวกผักรอ
ได้ละมื้อเที่ยงอันแสนอร่อย (ทำเองชมเองตลอด) บะหมี่หมูอบ


ฟินเบย ชามนี้ 

หมูนุ่มมาก 

บ่ายๆ คึกอีก อยากทำเค้กทาน แบบเค้กเนื้อนุ่มๆ หน้าเนยหอมๆมันๆ แบบบ้านเรา
อีกอย่าง ได้แรงบันดาลใจอันแรงกล้ามาจากพี่เจี๊ยบนอร์เวย์ พี่เจี๊ยบทำเค้กกาแฟเจนัวร์
ได้น่าทานมากกกกกกกกกกก เราเห็นรูปบ่อยๆในเฟสบุ๊ค ก็อยากกินบ้าง
แต่จะหาที่ไหนได้ละ ก็ต้องทำเองสินะ อาจจะไม่เจนัวอย่างเค้า แต่ก็พอถูไถน๊า 

แต่จะให้ทำสูตรแบบยากๆ แยกตีไข่แดง ไข่ขาว หลายๆขั้นตอน เราก็ขี้เกียจเกินไป
เลยมาลงที่เค้กสปันส์เหมือนเคย (สูตรจากได สามหน้าที่แล้ว แต่ไม่ใส่ sp)
คราวนี้กะทำทานเอง ก็เอาแบบง่ายๆ ขี้เกียจร่อนแป้งด้วย ก็ใส่ๆ แล้วก็ตีๆไป
ตีจนจะเสร็จอยู่ละ เอ้ ทำไมเนื้อมันแปลกๆ เหมือนขาดๆอะไรไป จะว่าไม่ใส่เอสพีก็ไม่น่าใช่
เคยทำแบบไม่ใส่มาก่อน มันก็ยังขึ้นกว่านี้ นึกๆไป กรี๊ดดดดดดดด ลืมใส่ "ผงฟู" จ้า
ของสำคัญซะด้วย เลยรีบใส่ตอนท้ายสุด แล้วตีแป้งอย่างเร็ว ไม่รู้จะออกมาหมู่หรือจ่า รอบนี้
รู้แต่ว่า ฟองอากาศในเค้กเยอะแน่นอน ตอนจบมันได้แล้ว แต่เราไปตีเพิ่มตอนเพิ่มผงฟูทีหลัง 

เอสเปรซโซ่จากเครื่องเนสเพรซโซ่ หอมมมมเข้ม


อบออกมา ด้านบนปูดตรงกลางหน่อยๆ แต่ก็พอเฉือนออกไปได้ ลุ้นเนื้อเค้กข้างในมากกว่า
ผ่าครึ่งออกมา โล่ง เค้กนุ่มสวย ไม่เป็นไต แต่ฟองอากาศเพียบ ตามที่คาดไว้เลย ^^'

แล้วก็มาทำหน้าบัตเตอร์ครีม บอกแล้ว ช่วงนี้อยากทานแบบหนักๆ 
ปกติเราจะชอบทำเค้าหน้าครีมสด ใช้ตีวิปปิ้งครีมเอามากกว่า เพราะมันจะเบาๆหน่อย
วันนี้ขอเนยๆๆๆ ส่วนผสมและสูตร เราไม่ได้ชั่งตวงกะๆเอา

เราใช้เนยเค็ม เกือบก้อนนึง น้ำตาลไอซิ่ง นมข้นหวาน
น้ำกาแฟเข้มข้น(เอสเปรซโซ่) แล้วก็กลิ่นวนิลานิดหน่อย
ตีด้วยความเร็วสูง ให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วก็มาแต่งหน้า

ครีมได้ที่ละ


แอบบอกเลยว่าเป็นคนปาดครีมไม่เป็น ปาดไม่เรียบเอาซะเลย เลยทำดอกกุหลาบกลบ ^^"

งามแมะ

น่านนนไง... เป็นงี้ทู๊กกกที ทำเสร็จไม่กล้ากินอีก ตลอดๆ ทั้งที่ ตอนทำนี่อยากทำกินเองมากๆ
เลยส่งข้อความไปหาเพื่อนๆ หาแนวร่วม มีใครอยากกินเค้กไม๊ เดี๋ยวเราเอาไปให้กิน เพิ่งทำเสร็จเลย
พอดีว่า เรามีนัดกะส้ม ตาล พี่เต้ย อยู่แล้วพรุ่งนี้ เลยถือโอกาส เอาเค้กไปยัดเยียดทุกๆคน
ออกแนวบังคับ ไม่อยากกินก็ต้องกิน อะไรแบบนี้
ส่วนจะอร่อย ไม่อร่อยนั่น รอฟังผลจากเพื่อนๆพรุ่งนี้ 

Friday, 5 September 2014

Week 24

สัปดาห์นี้ ไม่มีอาการ เปลี่ยนแปลงอะไรมากจากอาทิตย์แล้วๆ...
สรุปรวมๆ ก็ยังสบายๆอยู่เหมือนเดิม 

ท้องตึง 
มีรู้สึกท้องตึงๆบ้าง แต่ไม่รู้ว่าใช่ Braxton hicks contraction (อาการท้องแข็งรึเปล่า)
ไม่เจ็บ ไม่ปวด แต่จะรู้สึกตึงๆที่ท้องช่วงล่าง ถ้าทำอะไรเร็วๆ อย่างบางทีลืมตัว วิ่งบ้าง เดินเร็วๆบ้าง
หรือออกแรงเยอะ ยกของค่อนข้างหนัก แต่พอรู้ตัวก็จะพัก พยายามทำอะไรช้าลง เบาลง
ก็หายไป เป็นไม่บ่อย อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ครั้งสองครั้ง หลังๆมาก็พยายามบอกตัวเอง
ทำอะไรช้าๆลงหน่อย ก็ไม่เป็นละ 

ว่าด้วยการนอน
ยังมีปัญหามือชา ตอนนอน (หลังตีสองเป็นต้นไป จนเช้ามืด) ทุกคืนเหมือนเดิม
แต่เริ่มจะชิน และอยู่กับมันได้ละ รู้สึกตัวก็ยืดเส้นหน่อย เปลี่ยนท่า ก็พอช่วยๆได้บ้าง 

ไปอ่านเจอมาว่า ท่าที่นอนสบายที่สุดในช่วงท้องเริ่มโตแบบนี้ คือนอนตะแคงซ้าย
เพราะมดลูกจะไม่ไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก
เราเอง ยังไม่มีปัญหาในการนอน นอนหงายได้ ตะแคงได้ ยังไม่มีอาการอะไร 
แต่ไม่กล้านอนคว่ำแล้วตอนนี้ พุงค้ำมาก อิอิ

ลูกดิ้นชัดเจน 
วีคก่อนๆ ว่าที่คุณแม่กังวลมาตลอด ว่ารู้สึกลูกดิ้นช้ากว่าคนอื่น
พอรู้สึกว่าดิ้น ก็ดิ้นน้อยจัง บางวันก็รู้สึก บางวันก็ไม่รู้สึก
พอมาวีคนี้ (วีค24ตามที่หมอบอกไว้เป๊ะเลย) รู้สึกว่าลูกดิ้นชัดเจนมาก
มันละหลายๆรอบ แล้วก็แรงจนพุงปูด ขึ้นมาแบบเห็นๆเลย
วันนึงนั่งอ่านหนังสืออยู่ดีๆ ลูกถีบ เราก็เฮ้ย อะไรนะแว๊บๆ เด้งๆที่ท้อง
คือดีใจอ่ะ ชอบๆให้ลูกดิ้น ฮ่าๆ ตอนนี้ก็เริ่มจับได้คร่าวๆละว่าเค้าชอบดิ้นแรงๆ ตอนไหนบ้าง
หลักๆก็หลังอาหารเย็นๆ หรือก่อนนอน หรือเวลาแม่ทำอะไรเพลินๆ อย่างอ่านหนังสือแบบนี้ ^^
ส่วนตำแหน่ง ก็เปลี่ยนไปเรื่อย ไม่ซ้ำที่เดิม ดิ้นๆอยู่ด้านซ้ายบ้าง อีกแป๊บ ย้ายไปด้านขวาละ
เดี๋ยวรู้สึกใต้สะดือ เดี๋ยวมาเหนือสะดือ ยังบอกที่รักเลย ลูกเรานี่แอคทีฟนะ ดิ้นกระจายทั่วพุงเลย ฮ่าๆ

พุงใหญ่จุงเบย
ตอนนี้ ที่ทำงาน แผนกอื่นๆ สังเกตกันหมดแล้ว แบบ อุ๊ย เธอท้องหรอเนี่ย
ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย ท้องใหญ่มากแล้วเน๊อะ กี่เดือนแล้วเนี่ย
แล้วก็เห็รูปทรงชัดเจนแล้วว่า พุงแหลมเปี๊ยว พุ่งมาข้างหน้ามากๆ
เหมือนที่คนโบราณบอกไว้เลย ว่าถ้าเป็นลูกชาย พุงจะแหลม ตามตำราเป๊ะค่ะ
เรารู้สึกว่าท้องเราใหญ่มาก ตึงเปรี๊ยะๆๆ นี่ยังเหลืออีกสามเดือนนะเนี่ย จะใหญ่ได้อีกเท่าไหร่น๊อ 

น้ำหนัก  
นอกจากพุงจะใหญ่พุ่งแล้ว น้ำหนักก็พุ่งตามด้วย
สัปดาห์ที่แล้ว ชั่งดู ขึ้นมา4กิโลกว่าๆเอง สัปดาห์นี้ ขึ้นมาอีกสองกิโล
น้ำหนักตอนนี้อยู่ที่ 56กิโลกว่าๆแล้ว พุ่งเร็วมา อาทิตย์เดียว ขึ้นเกือบสองกิโล
สงสัยว่า ช่วงนี้หนักขนมหวานมากเกินไปหน่อย ทุกเช้าต้องทานโดนัทชิ้นนึง
พอถึงที่ทำงานก็ทานครัวซองค์กะชอคโกแลคนูเทล่าเป็นมื้อเช้า ทุกๆวันเลิกงานก็ต้องมีเค้ก มีของหวาน
ก่อนนอนก็ทานขนม คือ อยากของหวานมาก เห็นน้ำหนักแล้วตกใจ ขึ้นเร็วไปรึเปล่าน๊อ
สงสัยต้องเริ่มระวังพวกขนมละ หันมาทาน อะไรที่มีปประโยชน์ ไม่หวานมากแทน ฮึบๆหน่อย 

ห้องน้ำ 
ช่วงนี้ กลับมาฉี่ตามปกติละ ช่วงก่อนฉี่บ่อยเกิน แล้วก็ทีละน้อยๆ จนน่ารำคาญ
สงสัยว่ามดลูก เริ่มย้ายสูงขึ้นไม่กดทับกระเพาะปัสสาวะแล้วนั่นเอง
ไม่ต้องตื่นตอนกลางคืนหลายๆรอบมาเข้าห้องน้ำอีกแล้ว เฮ้อ สบายๆ
ส่วนของหนัก ก็ไม่ถึงกับท้องผูก เราพยายามดื่มน้ำเยอะๆ ส่วนผัก ชอบทานอยู่แล้ว   



คุณแม่ เริ่มจะอืดดดดดดดด ^^'