Wednesday, 15 October 2014

Week 30

เข้าสัปดาห์ที่ 30 แล้วน๊า เหลืออีกแค่ 10สัปดาห์เอง 
เราก็จะได้เจอกันแล้วนะครับลูกชาย 

เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา มีงานแฟร์สินค้าเด็กทารกกับเด็กเล็ก จัดในโคเปนเฮเกน 
จริงๆอยากจะไปตั้งแต่งานเริ่ม ติดที่เราทำงานก่อน  หลังเลิกงาน นัดกับที่รักรีบไปที่งานทันที
มาถึงก็ซื้อบัตรเข้า แล้วก็เริ่มเดินสำรวจกัน ว่ามีอะไรบ้าง 

จริงๆ เรียกได้ว่า คู่เราเตรียมตัวช้ากว่าคนอื่นมากๆ แทบไม่ได้ซื้ออะไรเตรียมไว้ให้ลูกเลย
มีแค่เตียง กับเสื้อผ้าเบสิคนิดๆหน่อย ถ้าเทียบกับคนอื่น เค้าจัดห้องลูกกันจะเสร็จแล้วม๊าง
มาวันนี้เลยได้ของกลับมาเยอะมากๆ เรียกได้ว่างานเดียวคุ้มเลย
เพราะแต่ละบู๊ทก็ขนของมาลดราคากันเยอะมากๆ แต่เราไม่ซื้อครบทั้งหมด
เน้นของที่คิดว่าจำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิดก่อน ก็ยังขาดๆอีกหลายอย่าง
แต่ก็ถือว่าก้าวหน้ามาอีกขั้นนึงบ้างละ อิอิ  

กำลังตัดสินใจซื้อรถเข็นเด็ก

ได้มาเยอะมาก เกือบใส่รถไม่หมด

กลับมาถึงบ้านปุ๊บ เราขอพักขาก่อนเลย เหนื่อยมาทั้งวัน
ส่วนที่รักนางขี้เห่อมาก รีบเอาของออกมาวางเรียงๆกันไว้ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ อิอิ




ลองมาลิสต์ดูว่า วันนี้ได้ซื้ออะไรมาบ้าง (เท่าที่จำได้นะ ^^)
- รถเข็นเด็ก Emmaljunga combi รุ่น Duo Edge สีเทา dallas   
- เก้าอี้เซ็ทเด็กแรกเกิด Stokke (เวลาพ่อแม่นั่งทานข้าว ลูกก็นั่งอยู่ด้วย) 
- อ่างอาบน้ำ พร้อมแผ่นรองสำหรับเด็กแรกเกิด Stokke 
- ผ้าขนหนูห่อตัวลูก
- เทอร์โมมิเตอร์ วัดไข้ลูก วันอุณหภูมิน้ำอาบ อุณหภูมิทุกอย่าง
- ขวดนม 3ขวด (กะว่าให้นมแม่อยู่แล้ว ขวดเอาไว้ใช้แค่ตอนฝากคุณพ่อเลี้ยง)
- ถังขยะเก็บกลิ่นสำหรับทิ้งแพมเพิร์ส(ได้มาฟรี) แล้วก็รีฟิวถุงขยะของมันด้วย 
- กระด่าษเปียก 5 แพ็ค
- เสื้อผ้าเด็กแรกเกิดถึงสี่เดือน ุ6-7ชุด
- ผ้ากันเปื้อน 5 ผืน
- ป้าโซฟี ยีราฟตุ๊กตายาง 
- ตุ๊กตาถักๆ น้องปู น้องปลาวาฬ น้องม้าน้ำ
- พวกครีมทาผื่น ทาก้นลูก  

ส่วนของที่มีอยู่ที่บ้านแล้ว 
- เตียงลูก (รอประกอบ)
- เสื้อผ้าเบสิค แรกเกิดถึง 6เดือน ถุงมือ ถุงเท้า หมวก 
- โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม+ตู้เก็บสัมภาระลูก (สั่งซื้อแล้ว รอของมาส่ง)



ต่อไปนี้ เป็นลิสต์ของยัง "ขาด"
- ผ้าอ้อม (ฝากมามี๊ซื้อมาให้จากไทย) ที่เดนมาร์กเราว่าผ้าแข็งไปหน่อย
- แพมเพิร์ส
- คาร์ซีท
- ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน หมอนลูก 
- เบบี้ Alarm 
- เครื่องปั๊มนม (บางคนก็บอกว่าไม่จำเป็น รอดูก่อนอันนี้)
- โมบายติดที่เตียงลูก
- ตุ้งติ้ง ไว้ติดที่รถเข็นลูก (เล็งๆตุ๊กตาถักๆตัวเล็กๆไว้)
- หมอนสำหรับรองตอนให้นมลูก
- เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม
- เบบี้ลิฟท์(carry cot) ตะกร้า/ถุงนอนลูก แบบพกพา
- กระเป๋าใส่สัมภาระลูก สำหรับพกพา (เล็งไว้แล้ว กำลังจะสั่งซื้อ)


เท่าที่นึกออกก็เท่านี้ก่อน ละมั้ง ค่อยๆทะยอยซื้อไป
ยังพอมีเวลาอีกสิบอาทิตย์ อิอิ ที่เหลือๆก็แต่ของเล็กๆละล่ะ

คุณแม่ท่านอื่นๆ ที่มีประสบการณ์ ถ้าเห็นว่ายังมีอะไรที่จำเป็นต้องซื้ออีก
ก็แวะมาบอกได้นะคะ คุณแม่มือใหม่ยังไม่ค่อยรู้เยอะ

...................................



อัพเดทอาการคุณแม่บ้างนะคะ ^^

น้ำหนัก่ และการกิน
สองสามวีคมาแล้ว น้ำหนักคงที่ อยู่ทีประมาณ 58กิโลกว่าๆ (ขึ้นมาจากก่อนตั้งท้อง 8กิโล)
อาหารการกิน ก็ทานได้ทุกอย่างตามปกติ อยากของหวานบ้างประปราย ^^'  
แต่สังเกตว่า จะทานไม่ค่อยได้เยอะ มันจุกเร็ว โดยเฉพาะมื้อเย็น สงสัยพื้นที่ในท้องจะน้อยละ 
แต่ก็ดื่มน้ำเยอะดี โดยเฉพาะน้ำเย็นๆ น้ำโซดาเปล่าๆ (ดื่มแบบคนเดนส์เลย ทั้งที่ก่อนท้อง ไม่ได้ชอบมาก)
การขับถ่ายดีมาก ทุกวัน ดีกว่าตอนยังไม่ได้ท้องซะอีก
แล้วก็ปวดฉี่บ่อย โดยเฉพาะกลางคืน ตื่นหลายครั้งเลย

เลือดลม
รู้สึกเลือดสูบฉีดดีมาก คนอื่นเค้าหนาว แต่เราสบายๆ ถ้าอยู่บ้านก็ร้อนเลยแหละ
แล้วบางทีก็เหนื่อยง่ายขึ้นมาซะยังงั้น อยู่ๆ เหมือนหัวใจเต้นแรง หายใจเร็ว คือต้องนั่งพักก่อนเลย
ปัญหาเดียวที่มีตอนนี้ก็เรื่องเดิม เส้นเลือดฝอยที่ขา แต่ก็ใส่ซัพพอททุกวัน ก็ช่วยได้มาก
ปวดน้อยลง แต่ก็ยังมีรอยอยู่ ยังดูน่ากลัวอยู่เหมือนเดิม อิอิ
 
ลูกโก่งตัว
ช่วงนี้ รู้สึกถึงลูกได้ชัดเจนมากขึ้น รู้เลยว่าเค้าตัวใหญ่ขึ้น บางทีคงเริ่มอึดอัด
ที่มีพื้นที่ในท้องน้องลง เวลาขยับตัวที เหมือนมีคลื่นลูกใหญ่อยู่ในท้อง พุงกระเพื่อมเลย
สเต็ปการดิ้นก็ไม่เหมือนก่อน เมื่อก่อนตอดๆ เตะๆ รู้สึกกระตุก ตุ๊บๆ
เดี๋ยวนี้เหมือนเค้าโก่งตัว แบบพุงปูดออกมาเลย เห็นชัด พอเอามือไปจับก็นูนแข็ง
แต่ก็ยังเดาไม่ออก ว่าที่นูนๆแข็งๆนี่ คือส่วนไหน
วันก่อนชี้พุงให้ที่รักดู ที่รักแบบตกใจเลย เฮ้ย กระเพื่อมขนาดนี้เลยหรอ ^^'


ปิดท้ายด้วยรูปคุณแม่กับพุง 30วีคซักหน่อย 
ทุกคนทักเหมือนกันหมดว่า เรายังดูตัวเท่าเดิม มองจากด้านหลัง ไม่รู้ว่าท้อง
คือพุงพุ่งแหลมเปี๊ยบมาด้านหน้าอย่างเดียว ตามตำราลูกชายจริงๆเน๊าะ








เมนูฮิตของว่าที่คุณแม่ช่วงนี้ โฟรเซ่นโยเกิร์ตกับผลไม้ 

Monday, 13 October 2014

Week 34

ผ่านมา จนจะเลยสัปดาห์ที่ 34ละ เพิ่งจะมาอัพ อิอิ 
อาทิตย์นี้ อาการของว่าที่คุณแม่ มีอาการเดียวเลยคือเจ็บจิ๊มิ๊ 
จะเจ็บเฉพาะตอนที่ต้องเปลี่ยนท่า เป็นอิริยาบท เปลี่ยนท่านอน จากนอนเป็นลุก
จากนั่งเป็นยืน หรือเดินมากๆก็เจ็บ ตอนแรกยังไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร 
แต่อ่านเจอในกรุ๊ปแม่ๆของคนที่นี่ เขาก็เป็นกัน ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ 
ที่รักขอให้เราลางานอยู่บ้าน เห็นเราเจ็บแล้วสงสาร 
เราบอกที่รักว่า ทำงานก็เจ็บ อยู่บ้านเฉยๆก็เจ็บ เพราะงั้น เราเลือกไปทำงานดีกว่า 

รอจนถึงวันนัดพบมิดไวฟ์(หมอทำคลอด) เมื่อวันพฤหัส ก็บอกอาการให้หมอฟัง 
เลยได้รู้ว่า เป็นเรื่องปกติของคนท้องจริงๆ สามารถเกิดได้ในทุกๆช่วงของการตั้งครรภ์ 
แล้วหมอก็หยิบเอาแบบจำลองกระดูกเชิงกรานมาให้เราดู แล้วชี้ให้เราดูตรงกระดูกหัวหน่าว 
บอกว่า ตรงด้านหน้านี้เป็นข้อต่อที่มีเอ็นเชื่อมอยู่ แล้วเอ็นตัวนี้แหละมันเคลื่อน ทำให้เราเจ็บ 
สาเหตุก็เกิดได้จากฮอร์โมนคนท้อง หรือจากที่มดลูกขนาดใหญ่ไปกดหรือไปเบียด 
ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ฝึกท่าบริหาร หรือใส่เข็มขัดซัพพอทอาจช่วยได้บ้าง(ยังไม่ได้ลอง ^^') 
อาการนี้มีชื่อเป็นทางการว่า Symphysis Pubis Dysfunction (SPD)









นัดพบมิดไวฟ์ 34w 5d (Thu 13.11.14)

ช่วงนี้มีนัดพบมิดไวฟ์บ่อยขึ้นละ สัปดาห์เว้นสัปดาห์ 
ยิ่งพอใกล้คลอดจะนัดกันทุกอาทิตย์เลย 

มาถึงเจอหน้ากันก็ถามก่อนเลย ว่าเราเป็นยังไงบ้าง มีอาการอะไรไม๊ 
เราก็เล่าเรื่องเจ็บจิ๊มิ๊ ที่เขียนไปข้างบนแล้ว ส่วนอาการอื่นไม่มีอะไรเลย 
ช่วงนี้มีแค่ปัญหานี้ ปัญหาเดียว นอกนั้นก็เหนือยๆ นับวันรอ วันลาคลอดเต็มที 

มิดไวฟ์ถามต่อว่ายังทำงานอยู่ไม๊ แล้วทำกี่ชม.ต่อสัปดาห์ เราตอบไปก็ยังทำอยู่
เต็มเวลา35ชม.ต่อสัปดาห์ ทำถึงอาทิตย์หน้าเลย  เท่านั้นแหละ ชมเราเลยว่า เก่งมากๆนะ 
ยังทำงานได้ถึงตอนนี้ โดยเฉพาะงานที่ต้องยืนตลอดเวลาอย่างเราด้วย 
เพราะหลายคนทำไม่ไหวกันแล้ว ขอลาป่วยกันก่อนหมด เรานี่สู้ตายมาก 
มันก็ไม่ได้ฝืนตัวเองนะ รู้สึกว่าทำได้ทำไหว 
มิดไวฟ์บอกให้ระวัง อย่าหักโหม ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหวก็ให้หมอเขียนใบลาให้เลย 
แต่เราเหลือทำงานอีกแค่ถึงศุกร์หน้านี้เอง คิดว่ายังไงก็ไหว 
ก็จะครบกำหนดลาคลอดตามกฎหมายของที่นี่พอดี ได้รับเงินเดือนเต็มๆ ช่วงที่ลาไปอิอิ

นอกนั้นก็กิน นอน ขับถ่าย ได้ปกติดี วัดความดันก็ปกติ ไม่มีอาการเท้าบวม 
แล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย ขึ้นเตียงเพื่อคลำตำแหน่งและขนาดของลูก
มิดไวฟ์จับๆ แล้วก็บอกว่าขาอยู่ข้างขวาช่วงเอวนี้นะ รู้สึกใช่ไม๊ว่าเค้าจะถีบๆตรงนี้
อะโห ยังกะอับดุล ฮ่าๆ ใช่เลย ถีบหนัก พุงปูดมาหลายรอบแล้ว
ส่วนตำแหน่งหัว ก็หันลงอยู่ข้างล่างแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีมากๆ 

ขนาดลูก ประเมิณจากการคลำของมิดไวฟ์ อยู่ที่ 2300-2400กรัม ตามเกณฑ์ดีมาก
และสุดท้ายฟังเสียงหัวใจลูก ยังเต้นแรงดีเหมือนเดิม หายห่วง 
ส่วนน้ำหนักคุณแม่ อยู่ที่60กิโล ขึ้นมาจากก่อนท้อง10กิโลค่ะ ;)
คุณแม่เองก็เริ่มจ้ำม่ำบ้างละ หลายคนที่ทำงานเริ่มๆทักว่า แก้มเริ่มออกละน๊า 


สัปดาห์นี้ ว่าที่คุณแม่ ยังคงดื่มน้ำเยอะมากๆ แล้วก็ตามมาด้วย ฉี่บ่อยมาก 
กลางคืนลุก 4-5รอบ บางทีลูกขยับก็ปวดฉี่ รู้สึกเหมือนโดนกระทุ้งกระเพาะปัสสาวะ
ทั้งๆที่เพิ่งเข้าห้องน้ำไปเอง 

แล้วก็มีเรื่อง ฝันเพ้อเจ้อบ้าง ตั้งแต่ท้องมา ฝันเยอะนะ ฝันเรื่องอะไรไม่รู้ 
จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง รู้แต่ว่า เรื่องไม่เป็นเรื่องมากๆ ^^'


อัพเดทของใช้คุณแม่คุณลูก 

วีคนี้ของที่สั่งออนไลน์ เริ่มมาส่งละ เน้นของให้ของแม่ในช่วงให้นม
ก็มี เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าของavent สั่งมาถูกๆจากอิเบย์ (ยังไม่รู้จะได้ใช้รึเปล่า)
ถุงเก็บน้ำนม สำลีซับน้ำนม ครีมทานม(ใช้ทาปาก ทาก้นลูกก็ได้ด้วย) 
แล้วก็เสื้อในให้นมลูก ดูๆแล้ว ว่าที่คุณแม่ พร้อมให้นมมากๆ 
(เอาเข้าจริงจะมีน้ำนมให้ลูกเปล่าก็ไม่รู้ 555)



รูปจากอีเบย์



เสื้อในให้นม



อุปกรณ์อื่นๆ 


ปิดท้าย ด้วยรูปว่าที่คุณแม่กับพุง 34สัปดาห์
ไม่ได้ถายรูปเท่าไหร่ (เอารูปเดิมจากไดหน้าก่อนลงละกัน)



Tuesday, 7 October 2014

Week 29

สัปดาห์ที่ 29 นี้อาการปวดหลัง มือชา ไม่มีละ เพราะระวังเรื่องการยกของมากขึ้น
พยายามไม่ยกของหนัก แล้วเวลานอน เวลานั่งก็หาหมอนมาหนุน
วันไหนรู้ว่าต้องเดินเยอะก็ใส่เข็มขัดรัดท้อง ช่วยได้มากๆ
 
เหลืออย่างเดียว คือเส้นเลือดฝอยขยายที่ขา หนักขึ้นกว่าเก่า
วีคนี้ใช้ขาหนักมากๆด้วย เริ่มจากต้นสัปดาห์ก็ไปเที่ยวสวิสฯมา เดินเที่ยวทั้งวัน
พอกลับมาก็ทำงาน ที่ต้องยืนและเดิน7-8ชั่วโมงต่อวัน ติดต่อกัน 6วันอีก
เราทั้งใส่ถุงน่องซัพพอท ทั้งทาฮีรูดอยส์ คือ ช่วยแค่ไม่ให้ตรงที่เป็นบวมมากขึ้นเท่านั้นเอง 
แต่ยังเจ็บ และเส้นเลือดขยายมากขึ้นอยู่เหมือนเดิม เศร้าจัง แต่ไม่รู้จะทำยังไง
หมอบอกพอคลอดแล้วจะดีขึ้นเอง >.<

แล้วก็ได้ไป คอร์สเตรียมคลอด ครั้งที่2
รอบที่แล้ว มีเพื่อนร่วมห้อง ทั้งหมด3คู่ กะอีกสองคุณแม่
รอบนี้ มาแต่คุณแม่เดี่ยวๆกันหมดเลย ยกเว้นคู่เราที่มีว่าที่คุณพ่อมาด้วย
ตอนเดินเข้ามาในห้องมีแต่คุณแม่ๆ ที่รักแอบประหม่าเล็กน้อย ก็ผู้ชายคนเดียวนี่เน๊าะ
แต่เราก็ดีใจมาก ที่ที่รักเห็นความสำคัญ มากับเราทุกๆครั้ง ไม่ว่ายังไงก็ตาม
สองชั่วโมงในวันนี้ เราเน้นคุยเรื่องการคลอด การเตรียมตัวรับความเจ็บปวดในการคลอด
สัญญาณบ่งบอกว่าจะคลอด ขั้นตอนระหว่างคลอด แล้วคุณพ่อจะช่วยคุณแม่ได้ยังไงบ้าง
เรารู้สึกว่าเป็นประโยชน์มากๆๆๆ ได้ความรู้กลับมาเยอะเลย

ระหว่างวีคนี้ไม่ได้ถ่ายรูปเลย กลับจากเที่ยวมาก็ยุ่งสุด
เอารูปตอนไปเที่ยวสวิสฯ ลงก่อนละกัน  



วีค 29 พุงพุ่งมากค่า

Sunday, 5 October 2014

In love in Montreux



















































^^
Thanks my dear husband for such a wonderful trip.
I just couldn't be happier.

Love

All the way to Montreux

เราเที่ยวเจนีวากันอิ่มละ ก็กลับมาเอากระเป๋าที่โรงแรม 
แล้วเดินไปซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟเราจะเดินทางไปเมือง Montreux กัน
รถไฟมีรอบทุกๆครึ่งชั่วโมง เราเลยไม่ห่วงมาก กะว่ายังไงซะก็มีตั๋วแหละ 

ที่คิดถึงเมืองนี้ เพราะหนึ่งเลยคือไม่ไกลจากเจนีวา นั่งรถไฟไปแค่ชั่วโมงเดียว
เป็นเมืองเล็กๆ เหมาะกับทริปวันเดียวของเรามาก
แล้วที่สำคัญ รู้แต่ว่าเมืองนี้ มีทั้งภูเขาและทะเลสาป ต้องสวยมากๆแน่ๆ



ตั๋วรถไฟ คนละ 29สวิสฟรัง 


รถไฟออกจากเจนีวาแป๊บเดียว ก็เห็นวิวจากหน้าต่างรถไฟสวยมากๆเลย
ด้านที่เรานั่งจะเห็นวิวทะเลสาป ส่วนอีกด้านนึงจะเป็นวิวภูเขาแอลป์ แล้วมีฟาร์ม สวยๆๆๆ  









มาถึงสถานี Montreux ก็เย็นมากละ
ออกจากสถานี เราก็มองหาโรงแรมก่อนเป็นอย่างแรก
ที่รักบอก นี่ไงโรงแรมเรา คือใกล้สถานีมาก อยู่ตรงข้ามสถานีเลย
เออดีจัง ไม่ต้องเหนื่อยหา

เราเลือกพักที่โรงแรม Grand Hotel Suisse Majestic  
แต่เสียดายมากๆ ที่ไม่เหลือห้องวิวทะเลสาปเลย (ก็เล่นจองก่อนมาสองวัน มีห้องก็ดีละ อิอิ)
เราได้วิวภูเขา แต่ก็โอเคเน๊าะ ก็เช็คอินเก็บของแล้วก็ชวนกันออกไปดูทะเลสาปกัน


เตียงของเราคืนนี้ เห็นก็อยากนอนละ 


เข้ามาในห้องน้ำ กรี๊ดเลย ของใช้ทุกอย่างเป็น L'Occitane หมดเลย 



ระเบียงด้านหลังของห้อง


วิวเมืองและภูเขา


เราเช็คสภาพอากาศกันทุกวัน เห็นว่าพรุ่งนี้ฝนอาจจะตก กลัวไม่ได้เห็นทะเลสาป
เลยรีบลงไปเที่ยวกันดีกว่า ลงมาก็ไม่ทันพระอาทิตย์ละ ตกดินไปเรียบร้อย มืดเชียว
มองอะไรไม่ค่อยเห็นละ ว่าแล้วก็ชวนกันไปเดินหามื้อเย็นทานกันดีกว่า 



ด้านหน้าโรงแรม 



ทะเลสาปเมือง Montreux



<3


ตอนแรกเราก็เดินอ้อมๆ ไปด้านเส้นหลังของโรงแรมก่อน ก็ไปเจอถนนช้อปปิ้งด้วย 
แต่ก็ไม่เจอร้านอาหารอะไรน่าเข้าไปนั่งทานซักเท่าไหร่ บ้านเมืองก็เงี๊ยบเงียบ สุดท้ายเริ่มท้อละ หาไม่เจอ 
เราก็เมื่อยละ เพราะเดินเที่ยวมาทั้งวัน ที่รักก็ถามตลอดไหวไม๊ๆ ไม่งั้นเรียกแทกซี่ไม๊ 
เราบอกไหวๆ เดินไปต่อได้ สงสารที่รัก เค้ารู้สึกผิดมากที่พาเราเดินเยอะ
พอดีเจอคนแถวนั้นเดินผ่านมาพอดีเลยถามว่า แถวนี้มีร้านอาหารอะไรแนะนำบ้าง 
เค้าก็ถามว่าอยากทานแนวๆไหน ที่รักบอก ตอนนี้ได้ทุกแนวละ
เค้าเลยแนะนำว่า มีร้านอาหารอิตาเลี่ยนอร่อย ชื่อดัง อยู่สองร้านติดกันเลย อยู่ใกล้ๆกับโรงแรมเราด้วย 
เราก็โอเคตามทางเค้าไปเลย มาถึงร้านแรกคนเต็มร้านเลย
พนักงานถามว่าได้จองโต๊ะไว้ไม๊ เราไม่ได้จองมา แต่ถ้าจะรอก็ประมาณชั่วโมงนึง
เลยขอเดินไปดูอีกร้านนึงก่อน อยู่ติดกันนั่นแหละ เข้ามาถึงคนแน่นเหมือนร้านแรก
แต่ก็เห็นคนยืนรอคิวกัน เราก็เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆละร้านนี้แหละ คืนรอคิวเอา
กว่าจะได้โต๊ะก็เกือบชั่วโมงเหมือนกัน แม๊ ขายดีจริงๆ
ตอนสั่งอาหารก็รอไปอีกเกือบชั่วโมง รอจนไม่ต้องลุ้นเลย ฮ่าๆๆ  


เริ่มจากซุป อร่อยมากกกกกกกกก


จานหลักสำหรับคนชอบทานเส้น พาสต้า5อย่าง

ทานเสร็จ ชวนกันกลับโรงแรมพักผ่อนดีกว่า วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันละ 
ไว้มาเที่ยวพรุ่งนี้กันต่อ 




Sun 5.10.14


เช้าวันอาทิตย์ ตื่นมาอย่างแรกที่ทำคือ ชะโงกหน้าออกไปดูอากาศข้างนอก
พอเห็นว่าฟ้าใส แดดออก รีบกระโดดหาที่รักเลย ดีใจอ่ะ นึกว่าฝนจะตกซะแล้ว
(ปรากฎว่าตกไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน) โชคดีจัง

เลยรีบอาบน้ำแต่งตัว ลงมาให้ทันทานมื้อเช้าด้านล่างดีกว่า
เราสองคนตั้งใจมาทานมื้อเช้ามาก เพราะห้องอาหารมีวิวทะเลสาปสวยมากๆ
ลงมาเกือบเก้าโมงครึ่ง โต๊ะติดริมหน้าต่าง เต็มหมด เสียดายจัง
แต่ไม่เป็นไร นั่งตรงไหนก็สวยเหมือนกันโน๊ะ 













อาหารเช้าอร่อยมาก น้ำส้มคั้นสด โยเกิร์ตก็อร่อย เพสทรีย์ก็อร่อย
กาแฟก็อร่อยมากกก เราขอเป็นดีแคฟ (ไม่มีคาเฟอีน) เป็นกาแฟเนสเปรสโซ่
ที่รักบอกว่า รู้เปล่า Nespresso นี่มาจากสวิสนี่แหละ ^^










Latte Machiato 





ระเบียงของโรงแรม 



ทานกันเสร็จ ขึนมาจัดการตัวเองให้เรียบร้อย
แล้วก็ไปเที่ยวกันเลยจ้า




ถ่ายหน้าโรงแรมซักหน่อย 

เดี๋ยวพาไปเที่ยวเมือง montruex กันหน้าต่อไปนะคะ
บอกก่อนได้เลยว่า หลงรักเมืองนี้มากกกกกก