ช่วงสัปดาห์ที่ 16 ของการตั้งครรภ์ ที่ผ่านมานี้
เป็นช่วงเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่อีกแล้ว นั่นคือ อาการแพ้ท้อง "หายแล้วจ้า"
รู้สึกมีเรี่ยวแรง ทั้งที่ อาทิตย์นี้จริงๆทำงานหนักมากด้วย
มีวันนึง เจ้านายขอให้ช่วยงาน จากเจ็ดโมงเช้า ถึง ทุ่มนึง ยืนตลอดเวลา
วันต่อมา นัดเจอเพื่อน ถึงดึก แล้วต้องตื่นตีห้าไปทำงานต่ออีก แบบทรหดมาก
โดนที่รักดุเลย ว่าเราไม่ดูแลตัวเองเลย เป็นห่วงลูกบ้าง เราเองก็เศร้าไปเหมือนกัน
แต่ก็คิดว่าร่างกายเราไหวอ่ะ ปวดเมื่อย เนื้อตัวหน่อยเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร
แต่เอาล่ะ จากนี้จะบอกตัวเองแล้วว่าจะไม่หักโหมเกินไป
มีวันนึง เจ้านายขอให้ช่วยงาน จากเจ็ดโมงเช้า ถึง ทุ่มนึง ยืนตลอดเวลา
วันต่อมา นัดเจอเพื่อน ถึงดึก แล้วต้องตื่นตีห้าไปทำงานต่ออีก แบบทรหดมาก
โดนที่รักดุเลย ว่าเราไม่ดูแลตัวเองเลย เป็นห่วงลูกบ้าง เราเองก็เศร้าไปเหมือนกัน
แต่ก็คิดว่าร่างกายเราไหวอ่ะ ปวดเมื่อย เนื้อตัวหน่อยเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร
แต่เอาล่ะ จากนี้จะบอกตัวเองแล้วว่าจะไม่หักโหมเกินไป
มาว่ากันด้วย อาการแพ้ท้องหายไปกันต่อ นอกจากจะเหนื่อยน้อยลงแล้ว
ที่เห็นได้ชัดคือ ไม่พะอืดพะอม คลื่นไส้ กับกลิ่นต่างๆอีกแล้ว อยู่ๆก็หายเลย
ปกติต้องกลั้นหายใจตลอด ตอนที่ต้องทำงานกับกลิ่นกาแฟที่ทำงาน ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว
ที่รักก็สามารถ กดกาแฟจากเครื่องเนสเพรสโซ่ที่บ้านได้ ปกติแล้วเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้เราได้กลิ่นแล้ว จะคลื่นไส้เอา
แต่ก็ยังไม่อยากดื่มกาแฟอยู่ดี ลึกๆมันขยาด แต่กาแฟเย็นทานได้ อาหย่อยๆ
ที่เห็นได้ชัดคือ ไม่พะอืดพะอม คลื่นไส้ กับกลิ่นต่างๆอีกแล้ว อยู่ๆก็หายเลย
ปกติต้องกลั้นหายใจตลอด ตอนที่ต้องทำงานกับกลิ่นกาแฟที่ทำงาน ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว
ที่รักก็สามารถ กดกาแฟจากเครื่องเนสเพรสโซ่ที่บ้านได้ ปกติแล้วเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้เราได้กลิ่นแล้ว จะคลื่นไส้เอา
แต่ก็ยังไม่อยากดื่มกาแฟอยู่ดี ลึกๆมันขยาด แต่กาแฟเย็นทานได้ อาหย่อยๆ
กลิ่นอื่นๆก็ อย่างกลิ่นอับ กลิ่นห้องน้ำ กลิ่นขยะ ก็ทนได้มากขึ้น
อาหารการกิน เดี๋ยวนี้ก็เอนจอยกับการกินมากขึ้น กินเยอะ กินบ่อย วันๆหิวเอาๆ
เปิดตู้เย็นอยู่นั่นแหละ จากน้ำหนัก จากก่อนตั้งท้องจนเดือนที่สี่นี่ ขึ้นมากิโลเดียว
หลังจากนี้คงจะขึ้นพรวดๆ เพราะมีความสุขกับการกินเหลือเกิน แง๊
ล่าสุด ชั่งน้ำหนักได้ที่ 51 กิโลกว่าๆ เหมือนเดิม (ก่อนท้องหนัก 50)
เปิดตู้เย็นอยู่นั่นแหละ จากน้ำหนัก จากก่อนตั้งท้องจนเดือนที่สี่นี่ ขึ้นมากิโลเดียว
หลังจากนี้คงจะขึ้นพรวดๆ เพราะมีความสุขกับการกินเหลือเกิน แง๊
ล่าสุด ชั่งน้ำหนักได้ที่ 51 กิโลกว่าๆ เหมือนเดิม (ก่อนท้องหนัก 50)
น้ำ... ดื่มเยอะมากกกกกกกกก ต้องน้ำเย็นๆด้วยนะ วันนึงหลายลิตรได้
แล้วก็ยังเข้าห้องน้ำบ่อยเหมือนเดิม บ่อยม๊ากกกก เบื่อก็ตรงนี้
แล้วก็ยังเข้าห้องน้ำบ่อยเหมือนเดิม บ่อยม๊ากกกก เบื่อก็ตรงนี้
ประกาศแล้วจ้า...
ที่รักได้บอกที่ทำงานเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เราก็สามารถเปิดเผยเรื่องเราท้องได้ปกติละ
จะไม่เปิดได้ไง ท้องป่องขนาดนี้ ฮ่าๆ เริ่มจากเฟสบุ๊ค เราสองคนประกาศผ่านเฟสบุ๊ค
แล้วก็ต้องทึ่งกับจำนวนเพื่อนๆ ที่มามากดไลค์และคอมเม้นเยอะมาก จนที่รักตกใจเลย
เกิดอะไรขึ้น^^' ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่ยินดีไปกับเราสองคนด้วยมากๆนะคะ
ที่รักได้บอกที่ทำงานเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เราก็สามารถเปิดเผยเรื่องเราท้องได้ปกติละ
จะไม่เปิดได้ไง ท้องป่องขนาดนี้ ฮ่าๆ เริ่มจากเฟสบุ๊ค เราสองคนประกาศผ่านเฟสบุ๊ค
แล้วก็ต้องทึ่งกับจำนวนเพื่อนๆ ที่มามากดไลค์และคอมเม้นเยอะมาก จนที่รักตกใจเลย
เกิดอะไรขึ้น^^' ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่ยินดีไปกับเราสองคนด้วยมากๆนะคะ
สุดท้าย วันสำคัญอีกวัน เมื่อวันพฤหัส (10.07.14)
เลิกงานปุ๊บ รับไปรับที่รักแล้วขับรถตรงดิ่งไปพบ มิดไวฟ์เลย
เรากับที่รักมาเจอครั้งแรกยังไม่รู้ว่า มาแล้วต้องทำอะไร ต้องถามอะไรบ้าง
นัดตอน15.10 มาถึงก็ชวนคุย ถามว่าเราเป็นยังไงบ้าง รู้สึกยังไง มีปัญหาอะไรไม๊
แล้วก็แนะนำว่า เราต้องอ่านแฟ้มที่ทางโรงพยาบาลให้ไปนะ มันมีประโยชน์มากๆ
เรากับที่รักรู้สึกผิดมาก ไม่เคยเปิดดูเลย แต่พอวันนี้ลองเปิดดูก็พบว่า มันมีทุกอย่างในนั้นจริงๆ
แบบต้องมาพบหมอประจำตัว หมออัลตราซาวน์ พบมิดไวฟ์ ช่วงวีคไหน ยังไง ต้องทำอะไรบ้าง
แล้วยังเรื่องคอร์สอบรม ที่เรากับที่รักต้องเข้าร่วมฟัง ในช่วงทั้งท้องอีก 4ครั้ง ที่ทางรพ.จัดอีก
โอววว หลายอย่างเลย ดีนะที่มาเจอก่อน ไม่งั้นพลาดเลย เรื่องดีๆทั้งนั้น
เลิกงานปุ๊บ รับไปรับที่รักแล้วขับรถตรงดิ่งไปพบ มิดไวฟ์เลย
เรากับที่รักมาเจอครั้งแรกยังไม่รู้ว่า มาแล้วต้องทำอะไร ต้องถามอะไรบ้าง
นัดตอน15.10 มาถึงก็ชวนคุย ถามว่าเราเป็นยังไงบ้าง รู้สึกยังไง มีปัญหาอะไรไม๊
แล้วก็แนะนำว่า เราต้องอ่านแฟ้มที่ทางโรงพยาบาลให้ไปนะ มันมีประโยชน์มากๆ
เรากับที่รักรู้สึกผิดมาก ไม่เคยเปิดดูเลย แต่พอวันนี้ลองเปิดดูก็พบว่า มันมีทุกอย่างในนั้นจริงๆ
แบบต้องมาพบหมอประจำตัว หมออัลตราซาวน์ พบมิดไวฟ์ ช่วงวีคไหน ยังไง ต้องทำอะไรบ้าง
แล้วยังเรื่องคอร์สอบรม ที่เรากับที่รักต้องเข้าร่วมฟัง ในช่วงทั้งท้องอีก 4ครั้ง ที่ทางรพ.จัดอีก
โอววว หลายอย่างเลย ดีนะที่มาเจอก่อน ไม่งั้นพลาดเลย เรื่องดีๆทั้งนั้น
จากนั้นก็เช็คประวัติกันหน่อย แล้วก็คุยยาว ถามตอบไปมา
มิดไวฟ์คนนี้ใส่ใจรายละเอียดมาก แนะนำอะไรเราเยอะมากๆ
ส่วนข้อสงสัยว่าคนท้องทานซูชิได้ไม๊ บอกเลยอีกครั้งย้ำๆว่า ได้จ้า
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นปลาดิบที่ผ่านกระบวนการตามกฎ
นั่นคือต้องผ่านการฟรีซที่อุณหภูมิ -18องศา เป็นเวลาอย่างน้อย 24ชม. ก่อนเอามาทำ
ซึ่งเราก็เลือกร้านซูชิทานอยู่แล้ว คงไม่กินตามร้านอาหารจีนบุฟเฟอะไรแบบนั้นแน่นอน
มิดไวฟ์คนนี้ใส่ใจรายละเอียดมาก แนะนำอะไรเราเยอะมากๆ
ส่วนข้อสงสัยว่าคนท้องทานซูชิได้ไม๊ บอกเลยอีกครั้งย้ำๆว่า ได้จ้า
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นปลาดิบที่ผ่านกระบวนการตามกฎ
นั่นคือต้องผ่านการฟรีซที่อุณหภูมิ -18องศา เป็นเวลาอย่างน้อย 24ชม. ก่อนเอามาทำ
ซึ่งเราก็เลือกร้านซูชิทานอยู่แล้ว คงไม่กินตามร้านอาหารจีนบุฟเฟอะไรแบบนั้นแน่นอน
เรามีปัญหาอย่างนึง อยากถามเรื่อง ขนาดท้อง คือเราทานอะไรไปแค่หน่อยเดียว
ท้องก็อืดบวมมากกกก แทบจะแตก ก็เลยถามหมอว่าปกติไม๊
หมอบอกอย่างนี้แหละ เราเพิ่งผ่านพ้นช่วงการพะอืดพะอม คลื่นไส้มา ท้องเลยยังไม่รับดีเท่าไหร่
ต้องใช้เวลา แล้วก็แนะนำให้เรา ทานอาหานทีละน้อย แต่ทานบ่อยๆเอา ก็จะช่วยได้
แล้วก็ถามเรื่องน้ำหนัก มิดไวฟ์บอกปกติ ทั่วไปน้ำหนักจะขึ้นไปได้ถึง 12กิโล
แต่ดูจากทรงแล้ว เราไม่ถึงหรอก แล้วก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องน้ำหนักเลยว่าขึ้นมากขึ้นน้อยหรือไม่ขึ้น
เพราะไม่มีอะไรบอกได้ว่าเท่าไหร่ถึงจะดี ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย
น้ำหนักไม่สำคัญ แต่สำคัญที่จะดูขนาดมดลูก ตำแหน่งลูก มากกว่า ว่าโตตามเกณฑ์ปกติไม๊
ท้องก็อืดบวมมากกกก แทบจะแตก ก็เลยถามหมอว่าปกติไม๊
หมอบอกอย่างนี้แหละ เราเพิ่งผ่านพ้นช่วงการพะอืดพะอม คลื่นไส้มา ท้องเลยยังไม่รับดีเท่าไหร่
ต้องใช้เวลา แล้วก็แนะนำให้เรา ทานอาหานทีละน้อย แต่ทานบ่อยๆเอา ก็จะช่วยได้
แล้วก็ถามเรื่องน้ำหนัก มิดไวฟ์บอกปกติ ทั่วไปน้ำหนักจะขึ้นไปได้ถึง 12กิโล
แต่ดูจากทรงแล้ว เราไม่ถึงหรอก แล้วก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องน้ำหนักเลยว่าขึ้นมากขึ้นน้อยหรือไม่ขึ้น
เพราะไม่มีอะไรบอกได้ว่าเท่าไหร่ถึงจะดี ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย
น้ำหนักไม่สำคัญ แต่สำคัญที่จะดูขนาดมดลูก ตำแหน่งลูก มากกว่า ว่าโตตามเกณฑ์ปกติไม๊
ว่าแล้วก็ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน แล้วก็ตรวจปัสสาวะเช็คโปรตีน ซึ่งเราก็ปกติดีทุกอย่าง เย้!
ช่วงสำคัญที่สุดก็คงเป็นตอน ที่มิดไวฟ์ขอเช็คท้องเราหน่อย ก็ขึ้นเตียง พร้อมเปิดพุง
มิดไวฟ์ก็คลำๆกดๆ บอกเราว่า ตอนนี้ตำแหน่งลูกเราอยู่ใกล้ๆกับใต้สะดือนี้นะ
ขนาดมดลูก ปกติดีมาก แล้วก็เอาเครื่องฟังเสียงหัวใจลูก มาทาบ
เท่านั้นแหละได้ยินเสียงหัวใจเค้า ดังมาก แล้วเต้นถี่ด้วย
เรางี้น้ำตาจะไหล มองไปที่ ที่รักก็ยิ้มไม่หุบเลย เราพูดขึ้นมาว่า หัวใจเค้าเต็นเร็วจัง ตุบๆๆๆๆๆ
มิดไวฟ์บอก ต้องเต้นเร็วแบบนี้แหละ ปกติ ^^ แล้วก็บอกว่า หลังจากตรวจเช็ควันนี้
บอกได้ว่า ทุกอย่างปกติ สมบูรณ์ดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ช่วงสำคัญที่สุดก็คงเป็นตอน ที่มิดไวฟ์ขอเช็คท้องเราหน่อย ก็ขึ้นเตียง พร้อมเปิดพุง
มิดไวฟ์ก็คลำๆกดๆ บอกเราว่า ตอนนี้ตำแหน่งลูกเราอยู่ใกล้ๆกับใต้สะดือนี้นะ
ขนาดมดลูก ปกติดีมาก แล้วก็เอาเครื่องฟังเสียงหัวใจลูก มาทาบ
เท่านั้นแหละได้ยินเสียงหัวใจเค้า ดังมาก แล้วเต้นถี่ด้วย
เรางี้น้ำตาจะไหล มองไปที่ ที่รักก็ยิ้มไม่หุบเลย เราพูดขึ้นมาว่า หัวใจเค้าเต็นเร็วจัง ตุบๆๆๆๆๆ
มิดไวฟ์บอก ต้องเต้นเร็วแบบนี้แหละ ปกติ ^^ แล้วก็บอกว่า หลังจากตรวจเช็ควันนี้
บอกได้ว่า ทุกอย่างปกติ สมบูรณ์ดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ขนาดลูกตอนนี้ ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 12ซม. น้ำหนักเกือบๆ 1ขีด
วันนี้มีรูปพุงมาฝาก
No comments:
Post a Comment