Saturday, 11 January 2014

I carry you with my heart forever

Wed 8.01.14
หลังจากเมื่อวานไปอัลตราซาวน์กับคุณหมอมาแล้ว
แต่การดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ในเมืองไทย ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ถึงแม้ว่าเคสของเรา เด็กในท้องไม่สบายมีอาการบวมน้ำและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานก็ตาม
เพราะอย่างนั้นวันนี้ เราต้องมาเข้าพบกับจิตแพทย์เพื่อพูดคุยเพราะเรื่องนี้กระทบกระเทือนกับจิตใจเรามาก
และลงบันทึกเพื่อจะดำเนินเรื่องต่อไปได้ หลังจากนี้ก็ต้องรอให้เรื่องผ่านการอนุมัติ
ซึ่งคุณหมอบออกว่าอาจจะใช้เวลาหลายวัน อาจจะเป็นสัปดาห์หน้ากว่าจะได้ลงมือ

เพราะอย่างนั้น ระหว่างนี้ช่วงก่อนที่รักจะกลับเดนมาร์ก เรายังมีเวลาเลยคิดว่าไปเที่ยวกันดีกว่า
แต่ก็เลือกไปใกล้ๆ เพราะถ้าเกิดมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา จะได้กลับมาได้ทัน
อีกอย่าง การได้ไปเที่ยว มันช่วยให้ปลดปล่อยและทำให้สบายใจขึ้นมาบ้าง
วันพฤหัสเราเลยขับรถไปพัทยากัน แต่ก็ได้ไปค้างแค่หนึ่งคืนก็ต้องกลับ

Fri 10.01.14

เช้าวันศุกร์ คุณหมอโทรมา บอกว่าเรื่องผ่านการอนุมัติแล้ว เราจะเข้ามาที่โรงพยาบาลวันนี้เลยก็ได้
แต่เรายังอยู่พัทยา ยังไม่สะดวก เลยขอเป็นวันพรุ่งนี้ รีบโทรบอกมามี๊
เย็นวันนั้น เรากลับบ้านมา พร้อมกับเตรียมตัวเตรียมใจ

Sat 11.01.14
วันเสาร์ นัดคุณหมอเอาไว้ 10โมงเช้า เรามาโรงพยาบาลกับที่รักและมามี๊ ซักพักน้องสาวก็ตามมาที่รพ.
มาคุยกับคุณหมอก่อน ว่าขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้าง คุณหมอบอกว่าจะเหน็บยาเข้าช่องคลอด
เพื่อให้มดลูกบีบตัวและคลอดน้องออกมาตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา2-3วันกว่าจะเจ็บท้องคลอด
วันนี้ก็เลยจะให้แอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาลเลย แล้วคุณหมอก็จะเริ่มเหน็บยาให้เลย








แอทมิทแล้ว ยิ้มสู้ ยังไม่รู้ว่าจะเกิดศึกใหญ่







มามี๊กับน้องสาวกลับบ้านไปตอนเที่ยงๆ
ตอนนี้ก็เหลือเรากับที่รัก
ที่รักอยู่ดูแลเราตลอดเวลา รู้สึกอุ่นใจมากๆ



มื้อเที่ยงของรพ.แต่ก็ทานได้ไม่เยอะ


14.00คุณหมอเข้ามาเหน็บยา4เม็ด และบอกว่ายานี้อาจทำให้มีไข้ได้เป็นเรื่องปกติ

14.30
ยาออกฤทธิ์เร็วมากเรารู้สึกหนาวมาก สั่นไปทั้งตัว ไข้ขึ้นตัวร้อน

15.30

หิวน้ำมาก แต่พยาบาลห้ามดื่มห้ามทานอะไรทั้งนั้นระหว่างมื้อ แต่เราทนไม่ไหวจริงขอจิบนิดนึงก็ยังดี
มีไข้ต่ำๆแต่ดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ แล้วก็เริ่มปวดท้องหน่วงๆ แต่ไม่มาก เหมือนตอนมีประจำเดือน
ระหว่างนี้ พยาบาลเข้ามาวัดไข้ เช็คความดันตลอด แต่ทุกคนก็บอกว่าวันนี้คงยังไม่คลอดหรอก
เพราะเพิ่งเหน็บยาไปเอง น่าจะเป็นพรุ่งนี้เย็นๆ ไม่ก็ดึกๆ

18.00
ทานมื้อเย็นไปได้นิดเดียว ก็เริ่มปวดท้องอีก คราวนี้ปวดมากกว่าเดิม ต้องนั่งตัวงอๆ
ตอนแรกนั่งทานข้าวอยู่ดีๆ คุยกับที่รักว่า เดียวเรานั่งทานข้าวเป็นเพื่อนที่รักก่อน
ระหว่างนี้ก็รอให้ที่รักลงไปซื้อข้าวมา พอที่รักกลับมาอีกทีเราไม่ไหวละ
ขอนอนบนเตียง เพราะปวดท้องมากขึ้น แต่จะปวดแบบบีบๆ แล้วก็หาย แล้วก็ปวด สลับกัน
ระหว่างนี้ก็ยังมีไข้ต่ำๆอยู่ตลอด







20.30
ปวดท้องบีบๆหายๆหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังทนไหว ยังไม่ขอยาอะไร
ลุกไปเข้าห้องน้ำ เห็นเลือดออกนิดหน่อย เลยเรียกพยาบาลมาดูอีกครั้ง
พยาบาลก็ตามหมอเวรมาตรวจดูปากมดลูก หมอบอกว่าปากมดลูกเปิดแค่ปลายนิ้ว
เด็กยังไม่คลอดหรอก ตลอดเวลาเราก็ลูบท้องบอกลูกตลอดว่าออกมาง่ายๆนะคะ

21.00
แต่ตอนนี้เราก็ปวดท้องมากๆแล้ว ปวดมากๆหนึ่งนาที แล้วหายไปหนึ่งนาที
สลับกันแบบนี้ตลอด จนอยู่ๆ ก็รู้สึกว่าเหมือนมีลูกโป่งเล็กๆอัดน้ำแตกเป๊าะ
น้ำออกมาจากช่องคลอด เราก็ตกใจมาก ที่รักก็รีบเรียกพยาบาลมาดู
พยาบาลบอกยังไม่ใช่น้ำเดินจะคลอด เป็นไปได้ตอนที่หมอเวรมาตรวจเมื่อกี้
อาจจะไปกระตุ้น ถึงตอนนี้เรายังทนๆ แต่ก็สงสารที่รักมาก ที่รักกำมือเรา ลูบเราตลอด
แต่เราโวยวายมาก เพราะปวดท้องสุดๆ

21.15
ทนไปอีกสิบห้านาที เราปวดมาก ที่รักก็เห็นท่าไม่ดี เลยขอยาแก้ปวดเลย ตอนนั้นชุลมุนมาก
พยาบาลมาวัดไข้วัดความดัน ไข้ก็ขึ้น คนไข้ก็ปวดท้องมาก
ระหว่างพยาบาลเดินกลับออกไปเพื่อเตรียมยาแก้ปวดมาฉีดให้
ตอนนี้เองที่น้ำเดินอีกครั้ง คราวนี้รู้สึกว่าเยอะกว่าครั้งก่อน ที่รักบอกให้เราใจเย็นๆไว้ พยาบาลกำลังมา
พอพยาบาลมาถึงเปิดดู ก็เห็นว่าน้ำเต็มเตียงเลย บอกว่าน้ำเดินจะคลอดแล้วล่ะแบบนี้
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พยาบาลให้กินยาแก้ไข้แล้วก็ฉีดยาแก้ปวด
โอย เหมือนสวรรค์มาโปรดเลย หลังฉีดยาหายปวดไปเยอะมาก สบาย ก่อนหน้านี้แทบตาย
จากนั้นก็รีบย้ายเรา เข็นเตียงเข้าห้องคลอดเลย

21.33
มาถึง ก็ให้เบ่งเลย สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเบ่งแรงๆ สามครั้งเท่านั้น น้องก็ออกมา
เพราะน้องยังตัวเล็กมากๆเลยออกง่ายไม่รู้สึกเจ็บอะไร แต่น้องก็ไม่มีชีวิตแล้ว :(
แต่มันยังไม่จบเท่านั้น ขั้นตอนที่ยากกว่าในเคสท้องอ่อนๆแบบนี้คือ
เด็กออก แต่รกไม่ออก คุณหมอต้องมาช่วยดึงรกออกให้
ตอนคุณหมอมาถึง คุณหมอยังแปลกใจเลยว่าโอ้โหคลอดเร็วมากๆ ไม่คิดว่าจะคลอดเลย
ยังคิดว่าน่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ตอนค่ำๆ
แล้วคุณหมอก็ช่วยดึงรก ตอนนี้แหละที่เจ็บมากอีกครั้ง ที่รักจับมือเราไว้และอยู่ข้างๆเราตลอด
รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่นานมาก เมื่อไหร่จะเสร็จซักที พอหมอบอกว่าเสร็จแล้ว โล่งเลย
แล้วยังบอกด้วยว่า พรุ่งนี้เที่ยงๆก็กลับบ้านได้แล้ว เราดีใจมากๆ



ห้องคลอด สู้ๆๆๆ



22.00
พอทุกอย่างเรียบร้อย เราฝากคุณพยาบาลเก็บน้องเอาไว้ให้
เพราะพรุ่งนี้เราจะพาน้องกลับมาทำพิธีทางศาสนา ทำบุญส่งน้องขึ้นสวรรค์

คุณหมอบอกให้นอนพักที่ห้องคลอดเพื่อดูอาการก่อนซักสองชม.
ถ้าทุกอย่างโอเคก็กลับไปพักที่ห้องได้ ระหว่างนี้เราก็โทรหามามี๊เป็นอย่างแรก
มามี๊บอกโชคดีมาก แล้วก็เหลือเชื่อมากๆด้วย เพราะมามี๊ตั้งจิตอธิษฐานตลอด
ว่าขอให้หลานรีบคลอดออกมา เพื่อที่จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก
เพราะว่าที่รักเองมีกำหนดกลับเดนมาร์กวันพรุ่งนี้แล้วด้วย เรายังคิดๆกันอยู่เลย
ว่าที่รักอาจจะไม่ได้อยู่ถึงตอนที่เราคลอดน้อง
ต้องขอบคุณลูกมากๆ ที่คลอดง่าย ทำให้เรากับที่รักหายห่วง ตอนแรกกังวลไปหมด
เพราะที่รักจะกลับเดนมาร์กวันพรุ่งนี้ แล้ววันมะรืนก็จะมีชัทดาวน์กรุงเทพอีก ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น
ขอบคุณลูกมากจริงๆ ที่ทำให้ทุกอย่างง่ายและลงตัวทั้งหมด ที่รักก็ดีใจสุดๆที่ได้อยู่กับเราในช่วงโมเมนต์นั้น





ผ่านศึกใหญ่มาแล้ว หิวมากเลย เสีนพลังงานไปเยอะ



คืนนั้นเราเพลียมาก มึนๆด้วย แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับ
ยังงงๆคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในคืนนี้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วไปหมดจริงๆ
แล้วพยาบาลก็หมั่นเข้ามาวัดไข้ วัดความดันเราตลอด
ส่วนคนเฝ้าไข้ กรนคร่อกๆ กลับด้วยความเพลียเรียบร้อย ตกลงใครเฝ้าใครเนี่ย


Sun 12.01.14



ขอบคุณคนนี้มากๆที่อยู่ข้างๆไม่ห่าง คอยดูแลและให้กำลังใจเราตลอดเวลา



เช้านี้ มามี๊กับน้องๆเรามาที่โรงพยาบาลกันแต่เช้า
รอคุณหมอมาตรวจเช็คอีกครั้ง แล้วรอทำเรื่องกว่าจะได้ออกจากรพ.ก็เที่ยง
เรารีบตรงไปที่วัดเลย ได้เตรียมชุดทำบุญ แล้วนิมนต์พระ4รูปสวดบังสุกุลให้น้อง
ให้น้องไปสู่สุขสติ สู่ภพพานที่ดี และขออโหสิกรรมให้แก่กัน
หลวงพ่อบอกไว้ว่าน้องบารมีไม่ถึงที่จะได้เกิดมาเป็นลูกของเราในชาตินี้
ถ้าชะตาฟ้าลิขิตให้เราเป็นแม่ลูกกันอีก ก็ขอให้ลูกมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงกลับมาหาแม่นะคะ
เราได้ตั้งชื่อให้ลูกของเราด้วย เรียกง่ายๆว่า "ตัวเล็ก" หรือ "Little one" ของแม่


รัก










Saying goodbye to a much want and loved one is beyond difficult...



Saturday, 4 January 2014

My girl.

อัพเดทเรื่องลูก...

ต้อมต้องขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้น กำลังใจจากทุกๆคนในหน้าก่อนนะคะ
เชื่อว่าคนที่เป็นห่วง คงรอฟังข่าวว่าตกลงผลตรวจCVS ออกมาเป็นยังไง

ตลอดช่วงเวลาที่บินกลับมาถึงเมืองไทย เราก็กังวลเรื่องลูกมาตลอด
ถึงแม้ว่าจะพยายามทำใจและยอมรับมันแล้ว แต่ทุกๆคืนเรานอนไม่หลับเลย ฝันร้ายตลอด
เพราะคิดมาก คิดโทษตัวเอง ว่าเป็นเพราะเรารึเปล่าที่ทำให้ลูกในท้องต้องเป็นอย่างนี้

เสาร์ที่4 เราได้ไปหาหมอที่นี่ ตอนแรกกะว่าจะขอให้หมออัลตราซาวน์ ระหว่างรอผลจากเดนมาร์ก
แต่หมอแนะนำว่า รอให้เราได้ผลจากเดนมาร์กก่อนดีกว่า แล้วค่อยนัดหมอมาคุยกันอีกที

จนวันจันทร์ที่ 6มกรา ขากลับจากหัวหิน เย็นๆถึงบ้านพอดีกำลังจอดรถ ได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอที่เดนมาร์ก
โทรมาบอกผลตรวจเซลล์รกของลูก ผลออกมาว่าลูกมีความผิดปกติทางพันธุกรรม
ความผิดปกตินี้มีชื่อว่า Turner's syndrome เป็นความผิดปกติของโครโมโซมเพศในเพศหญิง
คือมีโครโมโซมเพศหญิงขาดไปหนึ่งตัว ส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตในครรภ์
หรือถ้ารอดชีวิตออกมา ก็มีความผิดปกติทางร่างกายมากมาย ไม่มีฮอร์โมนเพศหญิง ร่างกายเหมือนเด็กผู้ชาย
คอเป็นพังผืด ไม่มีประจำเดือน และเป็นหมัน และไม่่โตเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกัน
รวมทั้งเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ปัญญาอ่อน พอเราได้ยินแบบนี้ก็ทรุดอีกรอบ รู้สึกแย่มาก สงสารเด็กจัง

ตอนกลางคืน เพื่อนฝนโทรมาหา ได้คุยกะฝนได้กำลังใจและข้อคิดดีๆ เตือนสติเราหลายๆอย่าง
ก็รู้สึกดีขึ้นมาก ต้องขอบใจเพื่อนมากๆ รวมทั้งเพื่อนๆในแกงค์ ที่ให้กำลังใจกันเหมือนกันทุกคน
และที่สำคัญที่สุด กำลังใจสำคัญของพ่อแม่และที่รัก
คืนนั้น นอนไม่หลับอีก เหมือนเดิม คิดมาก คิดมากๆๆๆๆ

อังคารที่ 7มกรา (วันนี้) หลังจากได้ผลจากเดนมาร์กเมื่อวาน
วันนี้ก็นัดเอาผลไปให้คุณหมอที่นี่ดู เราไปกันที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
นัดหมอบ่ายสองครึ่ง เรารู้สึกอุ่นใจมากๆ เพราะมามี๊ไปกับเราด้วย ขอบคุณมี๊มากๆนะคะ
พอเจอคุณหมอ เอาผลให้ดู หมอก็บอกว่าโอเค งั้นขออัลตราซาวน์ดูกันเลย
พออัลตราซาวน์ดูกับพบว่า เด็กในท้องตัวบวมไปด้วยน้ำหมดแล้ว เคสเด็กที่เป็นเทอร์เนอร์ก็จะเป็นแบบนี้
เราตกใจ เพราะอาทิตย์ก่อนที่อัลตราซาวน์ที่เดนมาร์ก น้องยังตัวเล็กจิ๊ดเดียวอยู่เลย
วันนี้น้องบวมมาก คุณหมอบอกว่า ดูจากอาการแบบนี้แล้วเด็กคงจะมีชีวิตไม่เกินเดือนหน้า
น้องจะหยุดการเจริญเติบโตและเสียชีวิตในที่สุด เพราะอาการที่น้ำเต็มตัวไปหมดแบบนี้
จะไปกั้นการพัฒนาอวัยวะและร่างกายของน้อง ดูแล้วยังไงน้องก็ไม่มีชีวิตอยู่ถึงวันคลอดแน่นอน
มันเศร้านะ แต่ต้องทำใจและยอมรับ และเตรียมร่างกายให้พร้อมให้เร็วที่สุด
เพื่อที่จะพร้อมให้น้องมาเกิดใหม่กับเราอย่างแข็งแรง สมบูรณ์ที่สุดเช่นกัน

เราถามหมอว่า สาเหตุของโรคนี้เกิดจากอะไร หมอบอกว่าไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องโทษฝ่ายใคร
ไม่ได้เกิดจากยีนส์ หรือกรรมพันธุ์พ่อแม่ มันแค่เกิดขึ้นมาเอง
เราถามต่อเรื่อง ความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกในการท้องครั้งต่อไป
หมอเปรียบเทียบให้ฟังว่า เคสแบบนี้มันเหมือนกับว่า เราถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1
ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แล้วยังไม่เคยเจอเคสที่คนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 ติดต่อกันสองงวด
คราวต่อไป เชื่อว่าลูกจะมาอย่างปกติสมบูรณ์




.....