Friday, 30 October 2015

Noah 9 months old



เดือนที่ 9 ของโนอาบอกเลยว่า โหด มันส์ ฮา หลากหลายอารมณ์มากๆ
จากที่เลี้ยงง่ายช่วงเดือนที่ 4-5-6  พอเข้าเดือนที่ 7-8 ก็เริ่มฟันขึ้น เริ่มโยเยนิดหน่อย
พอเดือน9 นี่จัดเต็มเลย เรียกได้ว่าเป็นเดือนที่เลี้ยงยากมาก ตั้งแต่เลี้ยงเค้ามา
เป็นเดือนที่เราเสิร์ชหาอ่าน ข้อมูลการเลี้ยงลูกเยอะมาก ยากยังไงเดี๋ยวจะค่อยๆเขียนเล่าไป 



เริ่มจากช่วงต้นเดือน กลับมาเดนมาร์กอีกครั้ง
ปะป๊า คิดถึงลูกมากกกกกกกก วันที่มาถึง พ่อลูกแต่งตัวเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย



กลับมาถึง ก็มีนัดกับ Health visitor ตามตารางเพื่อตรวจร่างกาย
(จริงๆ ต้องนัดตอน 8เดือน แต่ช่วงนั้นเรายังอยู่เมืองไทย เลยเลื่อนมาเดือนนี้แทน) 
ก็มีชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ดูพัฒนาการ และรอบนี้เพิ่มตรวจการได้ยินด้วย 
จะมีกระดิ่ง กับลูกตุ้ม มาทดสอบ เสียงทุ้ม เสียงแหลม โนอาได้ยินดี ตามปกติ
แล้วก็มีแท่งไม้มาให้ลองจับ โนอาก็หมุนไปมา ถือเปลี่ยนมือ เอาเข้าปาก โยนลงพื้น
ทุกอย่างปกติดี โนอาแข็งแรงดีมาก 

น้ำหนักเดือนนี้ 10.8 kg. 
ความยาว 78 cm. โดยประมาณ
รอบหัว 47 cm.









การกิน 
ยังกินนมเก่งอยู่ประมาณ 3-4ขวด ต่อวัน 
อาหารหลัก 3 มื้อ แล้วมีของว่างระหว่างวัน พวกผลไม้อีก
กินอาหารหยาบขึ้น ไม่ค่อยชอบกินแบบเละๆแล้ว หยิบเองชิ้นเล็กๆได้ 
ยังเน้นอาหารนิ่มอยู่ และดื่มน้ำจากหลอด 











การนอน 
ตื่น 6 โมงเช้า หลับกลางวัน2-3รอบ แต่รอบสั้นมากๆแค่30นาที


บางทีเข้ากล่อม ก็อาจจะหลับต่อได้บ้าง แต่น้อยมากกกกกกก
กลางคืนเข้านอน 1-2ทุ่ม 


การเล่น
รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนในบัานหา ของเล่นเองได้

รู้ว่าแม่ห้ามอะไร จะหยุดหันมามองก่อน แต่ก็ทำอยู่ดี

ชอบเล่นกับโรมิโอ แย่งของกันไปมา

เอาของสองสิ่งมากระทบกัน 

ชอบเคาะ แกะ แหย่รู 

เรียนรู้ที่จะทำตามได้ แม่ทำให้ดูก่อน สองสามครั้งก็ทำเองได้
เช่น เปิดปิดฝาของเล่น เอาไมโครโฟนจ่อปากแล้วส่งเสียง












พัฒนาการร่างกาย
ฟันบนขึ้นอีก 2 ซี่  รวมมีฟันทั้งหมดเป็น 4 ซี่ (ล่าง2 บน2)
คลานเร็วขึ้น คล่องขึ้น แต่จะชันขาขึ้นมาข้างนึงแล้วคลาน
เกาะยืนและเกาะเดินเก่งแล้ว ยืนได้เองบ้าง
ตั้งไข่ตลอดเวลา พยายามยืนเอง แต่ยังไม่แข็ง 


















เอาล่ะ ส่วนปัญหาที่เจอในเดือนนี้คือ 

1. Sleep problem / Nap resistance / Sleep regression
เรื่องนอนคือปัญหาอันดับหนึ่ง ที่เราเผชิญมาตลอดตั้งแต่ลูกเกิด
ยิ่งตอนนี้คือ นอนกลางวันน้อยมากกกกกกกไปอีก บางวันแค่2รอบ รอบละไม่เกิน 30นาที 
นอกจากนอนน้อยแล้ว ยังกล่อมนอนยากมากๆด้วย เห็นว่าง่วงมาก 
ก็รีบพาเข้านอนเลย เพราะไม่อยากให้ overtired แต่ทั้งๆที่ง่วงมาก ก็พยายามจะลุกขึ้นมา
เกาะเตียงยืน เราจับลงนอนก็ลุกขึ้นอยู่อย่างนั้น บางครั้งกว่าจะนอนได้ ใช้เวลา 1-2ชั่วโมงเลย 
ทุกครั้งที่กล่อมคือ เราต้องใช้ความอดทนมากกกกก เหนื่อยมาก 
(แต่ยังดีที่ กลางคืนนอนยาว แค่ตื่นมาหาจุกหลอก 2-3ครั้งเท่านั้น)

อ่านเจอว่า ช่วงนี้ เบบี้เรียนรู้ เกิดการพัฒนาหลายอย่างพร้อมๆกัน ทั้งคลาน ทั้งยืน เดิน พูด หรืออาจจะฟันขึ้นด้วย เลยทำให้ถึงแม้เวลานอนแล้ว แต่ยังอยากจะทำสิ่งใหม่ๆ ที่ทำได้นั้นอยู่ 

2. Separation anxiety at peak 
ลูกเริ่มเขินอายกับคนไม่คุ้น เริ่มไม่ยอมให้คนอื่นอุ้ม
แล้วก็ระแวงกลัวว่าแม่จะหายไปไหน ต้องอยู่ในสายตาตลอดเวลา 
ถ้าลูกนั่งเล่นอยู่ เราเดินออกมาก้าวสองก้าวเท่านั้นเอง ร้องไห้แล้ว ติดหนึบเป็นปลิงเลย 
เดือนนี้เลยเหนื่อยเป็นพิเศษ ปลีกตัวมาทำอะไรไม่ได้เลย งานล้น ลูกก็เรียกร้อง 555 

3. Teething
คิดว่าฟันใหม่ก็น่ามาด้วย มารวมทุกสิ่งที่ทำให้ลูกงองแงมาไว้ดือนนี้ให้หมด ฮือๆ 









Sleep training 
ซึ่งจากปัญหาที่นอนน้อยนี้เอง ทำให้เราได้เริ่มคิดที่จะฝึกลูกนอน 
และวิธีที่ดูแล้วน่าจะได้ผลคือ ปล่อยร้อง

เหมือนจะโหดนะ แต่เราไม่ใช้วิธีโหดขนาดนั้น โชคดีที่ได้คำแนะนำจากติ๊ง 
ที่พาลูกไปฝึกที่โรงเรียนฝึกนอน ที่เมลเบิร์น แล้วได้วิธีฝึกมา 
เรากับที่รักกลัวมาก ถ้าปล่อยให้ลูกร้องจนหลับ เพราะแบบนี้จะมีผลทางจิตใจกับเด็กในระยะยาว 
ปล่อยให้ร้องได้แต่ต้องให้เค้ามั่นใจว่า เราอยู่กับเค้า ไม่ทิ้งเค้าไปไหน 
ซึ่งวิธีนี้ ต้องใช้ความอดทน และใช้เวลา ซึ่งเรากับที่รักตกลงกันแล้ว ถ้าฝึกต้องให้สำเร็จ  
เราส่งเข้านอนตามปกติ อาบน้ำ อ่านหนังสือ กินนม วางลงเตียงปิดไฟมืด แล้วเราแอบอยู่ข้างๆ
ไม่ให้ลูกเห็น แต่ลูกได้ยินเสียงเราตลอดเวลา เราฮัมเพลงไป แต่ไม่เข้าไปจับ ไม่อุ้ม 
เริ่มร้องหนักๆดังๆตะเบ็งเสียง เราเข้าไปหาทุกๆห้าถึงสิบนาที เพราะโนอาลุกยืนเกาะเตียง
เราต้องไปจับลงนอนแล้วปลอบแล้วมาแอบใหม่ 

คืนแรก  เริ่ม19:00 หลับไปตอน 20:48 รวมระยะเวลาร้อง 1ชั่วโมง 48นาที
บอกเลยว่าโหดสำหรับเรามาก ที่ต้องทนฟังเสียงลูกร้องนานขนาดนั้น
ฟังลูกร้องชั่วโมงผ่านไป ไม่มีทีท่าจะแผ่ว ใจเราเริ่มเสียละ 
ชั่วโมงครึ่งผ้านไปก็ยังร้องหนัก คิดในใจเอาไงดี แต่ทนมาถึงตอนนี้แล้วจะยอมแพ้ไม่ได้
เลยสู้กะเสียงร้องของลูกต่อไป และในที่สุดเสียงที่ร้องดังก็เริ่มร้องๆหยุดๆ 
แล้วก็เว้นช่วงหยุดนานขึ้นๆ และเสียงก็แผ่วลงๆจบเงียบไปในที่สุด 
และนี่คือท่าจบของคืนแรก






คืนที่ 2 เริ่ม19:05 หลับไปตอน 19:45 รวมเวลา 40นาที  
แต่คงเพลียจัดๆจริงๆ เพราะตื่นมาตั้งแต่บ่ายสามครึ่ง ไม่ยอมนอนอีกเลย




คืนที่ 3 วันนี้เราได้ทำผิดพลาด คือลองฝึกตอนกลางวันด้วย แต่ฝึกผิดวิธี 
มาอ่านเจอที่หลังว่า นอนกลางวันกับนอนกลางคืน สมองสั่งการไม่เหมือนกัน
เราไม่รู้เลยปล่อยร้อง ลูกร้องไป 3ชั่วโมง หลับแค่ 20นาที แล้วตื่นมาร้องต่อ 
สรุปวันนี้ทั้งวัน หลับกลางวันไปแค่ 20นาทีเท่านั้นเอง 

กลางคืน พาเข้านอน18:05 ร้องดังกรี๊ดตะเบ็ง จนค่อยๆแผ่วลงและเงียบตอน18:30 
รวมเวลาร้อง 25นาที แต่เหมือนหลับไม่สนิท หลับไป15นาทีตื่นมาร้องต่ออีก 18:45-18:54 
วันนี้แม่ใจไม่ดีเลยลูก ตอนกลางวันร้องอย่างเดียวจริงๆ 
ถ้าตอนกลางคืนลูกยังร้องเป็นชั่วโมงอีก แม่ยอมแพ้ยกเลิกแน่ๆ

คืนที่ 4 กลางวันหลับ 2รอบ พานอนในรถเข็น ไม่ฝึกแบบเมื่อวานอีกแล้ว
กลางคืน เริ่ม18:37 เงียบตอน18:50แต่ยังไม่นอน (รวมเวลาร้อง 13นาที)
แต่มีสะอื้นมาเป็นระลอกๆ แต่เงียบมากกว่าร้องไห้ จน19:10เงียบสนิท น่าจะหลับแล้วแหละ 
แต่ยังไม่หลับ ลุกๆนอนๆ เป็นแบบนี้จน 19:55 ก็หลับไป
วันนี้รู้สึกว่าลูกเริ่มรู้สึกปลอดภัยละ รู้ว่าแม่อยู่ใกล้ๆ แค่จะส่งเสียงเรียกเป็นระยะๆ
แต่สุดท้ายรู้ว่าเรียกไปแม่ก็ไม่โอ๋ อย่างดีก็แค่ส่งเสียงมาเฉยๆ

คืนที่ 5 พาเข้านอน19:08 ปิดไฟมืด แม่แอบส่งแค่เสียงกล่อม 
ได้ยินเสียงแค่ลูกพลิกตัวไปมา แต่ไม่ร้องเลย 
19:15เงียบกริบ หลับไปเอง (รวมเวลาวันนี้ 7นาที) 

คืนที่ 6 พาเข้านอน 19:10 โนอาไม่ร้องเลย แต่พอได้ยินเสียงดังในครัวก็ส่งเสียงเรียกบ้าง 
แต่แป๊บเดียว ลุกยืนซักพักก็ล้มตัวนอน หัวหนุนหมอนเอง เช็คอีกทีตอน 19:30 โนอาหลับไปแล้ว

คืนที่ 7 พาเข้านอน18:37 ปล่อยร้องเรียกนิดหน่อย สิบนาทีก็หลับไปเอง

รวมระยะเวลาฝึก 7คืน เราถือว่าประสบวคามสำเร็จ ในระดับที่เราพอใจมากๆ 







ปลายเดือน 9 ...

ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ลูกเริ่มกลับมานอนง่ายขึ้น  นานขึ้น ทั้งกลางวันกลางคืน
รวมแล้วนอนเฉลีย วันละ13-14ชั่วโมง (ช่วงต้นๆของเดือน กว่าจะได้ถึง 12ชม.แทบตาย)

ยืนได้เองนานขึ้น

เดินได้ 2ก้าวแรก วันที่  25/10/15




Friday, 9 October 2015

Cafe Laundromat

วันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ปะป๊าแค่อยากพามามี๊ออกมาทานข้าวนอกบ้านกัน
ตั้งใจมาก จะมาร้านนี้ Cafe Laundromat แต่เกือบจะไม่ได้มาแล้ว
เพราะวนหาที่จอดรถอยู่นานมาก จนเกือบถอดใจ หาที่จอดรถยากสุดๆ 
สุดท้ายยอมจอดไกลหน่อย 

ที่อยากมาร้านนี้เพราะ เป็นที่รู้จักในไกด์บุ๊คก็มีแนะนำ
พิเศษตรงที่ เป็นร้านซักผ้าแบบหยอดดหรียญด้วย ร้านเล็กๆเอง 
ระหว่างรอผ้าที่ซัก ก็มานั่งที่คาเฟ่นี้ ก็เก๋ๆดีนะ อาหารก็ใช้ได้ คนเต็มร้านเลย
เราโชคดีกันมากๆที่ไม่ได้จองมาก่อน แล้วได้ที่นั่ง  

ช่วงแรกโนอาหลับในเป้อุ้ม หลับไปแค่ครั้งชั่วโมงเท่านั้นแหละ 
พออาหารมาก็ตื่น แย่งมามี๊กินกัวคาโมล (อะโวคาโด) เกือบหมดเลย
พอตัวเองอิ่มละ ก็เริ่มไม่อยากนั่งอยู่กับที่ละ มามี๊กะปะป๊า ก็ต้องรีบกินรีบลุกตามเคย
มีลูกแล้วชีวิตเปลี่ยนจริงๆ 555




ชอบรูปนี้ ลูกชายเขิน