Friday, 29 February 2008

India 2008


29 Feb -6 Mar 2008


Indian Gate - Symbol of India


อินเดี๊ย อินเดีย



ทริปนี้ มาทำงานอีกแล้วค่ะ ที่เมือง New Delhi เมืองหลวงของประเทศ India
ก้าวแรกที่มาถึงประเทศอินเดีย ไม่ต้องอะไรมาก แค่สนามบินเท่านั้นแหละ
ก็เจอ Culture Shock เข้าอย่างจัง ซึ่งเป็นความไม่น่าประทับใจแรกของเราอย่างมาก
ลงจากเครื่อง เดินออกมา รู้สึกถูกจับจ้องจากสายตา ดั่งเราเป็นตัวประหลาด
จ้องแบบน่ากลัวเอามากๆ คือจ้องแบบจะฆ่าข่มขืนได้เลยขนาดนั้น
ขนาดเราเอง เดินออกมากับที่รักนะ คือคนที่นี่เค้าไม่มีความเกรงใจเลย
คือมีมารยาทในการมองเอาซะเอลย ต้อมรู้สึก ไม่ปลอดภัยเอามากๆ 
สาบานได้ว่าวันนั้นไม่ได้แต่งตัวชะเวิ๊บชะว๊าบใดๆ
ใส่เดรสกระโปรงยาวคลุมเข่า กับเสื้อคลุมแขนยาว มิดชิดนะ แต่อาจมิดไม่พอ >"<



Welcome to India, My love @ Connaught Place กำลังจำไปทานข้าวกัน


ดิชั้น โทรมเชียว แต่ขอถ่ายซักแชะ 555


ที่สนามบินก็สุดแสนจะโทรมเอามากๆ พอถึงด่าน Immigration control
ก็คิวยาววววววววววววววว แบบรอต่อแถวเป็นชม.อ่ะ ไม่รู้ทำอะไรกันนานนักหนา
เรากับที่รักก็แบบ นี่มันอะไรกันนี่ พอผ่านมาได้ ออกมามีแทกซี่มารอรับไปโรงแรม
ระหว่างทางก็ต้องเจอกับ Culture shock อีก คือการจราจรและการขับขี่ บนท้องถนน
โอยต้อมจะเป็นลม ที่นี่ขับรถกันแบบ Crazy มากๆ คือเหมือนเค้าไม่มีกฏจราจรไว้ใช้กันเลยรึไง
แบ่งเป็นเลน ก็เหมือนไม่แบ่ง ขับเบียดไปเบียดมา รถก็ติดดดดด แต่ก็ปาดกันอุดตลุด
คือไม่สนว่า ใครจะมาจะไปทางไหน แต่ชั้นจะต้องไปก่อน
แล้วก็บีบแตรใส่กัน เป็นเรื่องปกติ ซึ่งสำหรับเรา ทำเอาไมเกรนขึ้นเลยนะ เครียด!
คนที่นี่บอกกันว่า ถ้าขับรถในอินเดียได้ ก็ขับได้ทุกที่ในโลกแล้ว
ขับรถในอินเดีย จะต้องประกอบด้วย 3สิ่ง Good Horn, Good Break, and Good luck
ซึ่งมันจริงแท้แน่นอนทั้งสามอย่างเลย ที่ตลกคือ บางคัน (หลายคัน) ไม่ใช้กระจกมองข้างๆ นะ
คือพับหูเก็บเลย เพราะมันจะถูกเฉี่ยวหลุดไปได้ง่ายๆ
ไม่แค่นั้นนะ บนท้องถนนเนี่ย จะประกอบไปด้วยทั้งรถยนต์ รถประจำทาง มอเตอร์ไซด์
สามล้อ จักรยาน รถถีบ รถม้า รถอูฐ คนเดินระเกะระกะ อู๊ย ปู้ยี่ปู๊ยำกันบนท้องถนนนั่นแล
พักเรื่องท้องถนนไว้เท่านั้นก่อนแล้วกัน ยิ่งพิมพ์ อารมณ์มันขึ้น 555



พับเก็บหู เสียวโดนเฉี่ยวค๊าบบบ


ตุ๊กตุ๊ก อินเดีย


รถน้องอูฐ


รถถีบก็มี


รถเมล์อินเดีย


กรุณาบีบแตร o_O"


บีบแตร กันเข้าไป Horn Please... Keep diatance... 555



มาต่อกันที่โรงแรม มาถึงโรงแรมได้ก็เย็นย่ำได้ที่ เลยทานมื้อเย็นกันที่โรงแรมนั้นแหละ
ต้อมไม่สบาย เป็นไข้ตั้งแต่ก่อนไปแล้ว เลยทานอะไรไม่ได้มาก แค่ซุปไปถ้วยเดียวเองมั้ง
ส่วนที่รักนี่สิ ลองข้าวกับแกงไก่แบบอินเดีย ทานไปก็คุยกันไปกับ เพื่อนร่วมงานอีกคนที่ไปด้วย
ยังทานกันไม่ทันเสร็จ รัสมุสออกอาการ เวียนหัว แบบหมุนเลยนะ ขึ้นมากระทันหัน
จนพวกเราตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แบบต้องขอตัวขึ้นไปนอนพักบนห้องเดี๋ยวนั้นเลย เพราะอาการแย่มากๆ
ยาที่เราเตรียมไป ก็พวกลดไข้ แก้ปวด ไม่รู้ทำไง ก็ให้ทานพาราไปก่อน แต่ที่รักก็แบบต้องนอนอย่างเดียว
ทำไรไม่ได้เลย ต้อมก็แบบใจเสีย น้ำตาจะไหล อย่ามาเป็นอะไรที่นี่นะ แล้วก็พอนึกไปได้ว่า อาการแบบนี้
ต้อมก็เคยเป็นนี่นา คือนั่งทานข้าวอยู่กะเพื่อนดีๆ แล้วก็มึนๆขึ้นมา ตอนนั้นเป็นเพราะแพ้ผงชูรส
เลยถามที่รักว่า รู้สึกชาๆ ที่หลังไม๊ เพราะมันจะเป็นอาการตามมา ของการแพ้ผงชูรส
ที่รักบอกว่าใช่ ต้อมเลยแบบ เฮ้อ ใจนึงก็ดีใจนะ เพราะรู้สาเหตุแล้ว ทีนี้ ก็ต้องให้ดื้มน้ำตามเข้าไปเยอะๆ
ให้ผงชูรสมันเจือจาง แล้วจะดีขึ้นเอง ซึ่งก็เป็นอย่างนั้น สองสามชั่วโมง ที่รักก็ดีขึ้น
โอยยยย ดูสิ มันออกอาการ ตั้งแต่วันแรกเล๊ยยย


Street cows เห็นทั่วไปตามข้างทาง เป็นเรื่องปกติ


อีกที่นึง ก็น้องวัว




นี่ยังไม่ได้พูดถึงสภาพโรงแรมใช่ไม๊ 555 แบบว่า โรงแรมที่นี่ถ้าดีๆหน่อยก็ 5ดาวไปเลย
แล้วราคาก็แพงม๊ากกกกกกก ซึ่งเราคิดว่า ไม่จำเป็น เรามาทำงาน อยู่โรงแรมก็แค่นอนเท่านั้น
เลยเลือกแบบ 3ดาว (4ดาวกลางๆ ไม่มีนะ) แล้วมันก็ทำให้เรา Shock มากเมื่อเจอห้อง
เรากะที่รักมองหน้ากัน แล้วหัวเราะ เอ่อ มันเป็นไปได้ขนาดนี้ คือห้องเป็นแบบดูโทรมๆ
เตียงไม้ ตู้ไม้ แบบออดแอดๆอ่ะ แล้ว ห้องน้ำนะ สุดทน แบบเป็นคราบๆ แล้วก็มีแมลงๆด้วย
เราแบบ แง๊ แต่ก็คิดว่า ทนๆอยู่ไปเหอะ เพราะช่วงงานแฟร์แบบนี้ หาโรงแรมยาก
เพื่อนร่วมงานที่มาด้วยกัน ถามว่า ต้อมอยู่ได้ไม๊ ถ้าอยู่ไม่ได้ ย้ายโรงแรมดีกว่านะ
เดี๋ยวผมอยู่ที่นี่เอง ไม่เป็นไร เราก็แบบ ไหนๆ ก็ลงเรือเดียวกันแล้ว ก็อยู่มันด้วยกันแหละ
>"<



ที่โรงแรม Please do not DISTRUB อิอิ


ชอบรูปนี้ มากเป็นพิเศษ สาวอินเดีย นุ่งซาหรี แบกน้ำโด๊ย เก่งจัง


ถ้าจำไม่ผิด นี่คือวัดของชาวฮินดู



วันถัดมา อาการไข้ของเราก็ยังไม่หายดี แต่ก็มาแล้วก็ต้องสู้ จะมาเจ็บออดแอดไม่ได้
เรานอนเอาแรง ตื่นสายๆ ออกจากโรงแรมกันตอนเที่ยงไปที่จัดงานแฟร์เพื่อไปแต่งบู๊ทของเรากัน
ไปถึงก็เกือบบ่าย ปรากฎว่าสถานที่ยังจัดไม่เสร็จดีเล๊ย เราก็นั่งรอ หงิกๆ อีกแล้วครับพี่น้อง
แต่ก็โอเค เสร็จออกมาก็เย็นพอดี แวะตัวเมือง Connaught Place ทานมื้อเย็นกันที่ร้านอาหารจีน
Taste of China อาหารเค้าก็ว่ากันโอเค แต่เราก็รู้สึกว่ามันงั้นๆ คิดถึงอาหารบ้านเรามาก กระซิกๆ


วันเปิดแฟร์วันแรก ในงานก็โอเค แต่อาหารที่เค้ามีขายในแฟร์ เป็นอาหารอินเดียทั้งหมด
แล้วมันประหลาดสำหรับเรามากๆ คือวันแรกๆก็พอทนทานได้ แต่แบบมันไม่น่าทานเอาซะเลย
คิดดูนะ ตั้งร้านขายข้าว ตรงซอกหลีบหน้าห้องน้ำอ่ะ แล้วห้องน้ำที่นี่ก็สุดทน ต้อมลองเข้าวันแรกวันเดียวอ่ะ
วันอื่นอาศัยว่าทนเอา กลับมาเข้าที่โรงแรม ตอนงานเลิก สบายใจกว่าเยอะ -*-



บู๊ทของเรา ^^"


ที่รัก ป่วยแต่สู้ตาย อิอิ


ที่แฟร์ ดิชั้นหนาวม๊ากกกกก เอาผ้ามาพันๆเป็นมัมมี่เลย




วันที่สองของงานแฟร์ ช่วงเช้า เราปล่อยให้เพื่อนร่วมงานไปเฝ้าบู๊ทคนเดียวไปก่อน
ส่วนเรากะที่รัก ต้องไปทำธุระ ที่สถานฑูตไทย พอไปถึง คือเราสองคนมีข้อมูลมาอย่างดี
แต่ก็ต้องไปทะเลาะกะแขก เพราะเค้าคิดว่าเราไม่รู้ แล้วจะให้ทำอย่างงั้น อย่างงี้
สุดท้ายเลยต้องไปทำเรื่องอีกที่นึง ก็โอเคไปกันสองคนกะที่รัก
วันนี้ที่รักเริ่มออกอาการไม่ค่อยดีตั้งแต่เช้า คือท้องเสียมาก ถ่ายเป็นน้ำ คือทานอะไรเข้าไป
ออกทางก้นหมด ตอนไปทำเรื่องวีซ่าที่ VFS ที่รักแบบอาการแย่แล้วไง คือหมดแรงแล้วอ่ะ
ยืนแทบไม่ได้ หน้าซีด เราแบบตกใจ รีบทำเรื่องให้เสร็จ บอกพี่คนขับรถ แวะซื้อยา
แล้วดิ่งกลับโรงแรมโลด  >"< ถึงโรงแรม ที่รักก็ถ่ายๆ แถมอาเจียนด้วย ทานอะไรก็ไม่ได้
เราแบบ แง๊ ทำไงๆๆๆ ต้องให้นอนพักอย่างเดียว แล้วก็อาศัยทานผงเกลือแร่ ที่ซื้อมา
ให้พอมีแรงหน่อย วันนี้ทั้งวัน เลยไม่ได้ไปที่แฟร์อีกเลย (แต่ก็ได้ข่าวมาว่าที่แฟร์วันนี้คนน้อย ก็โอเค)



ราวตากผ้ากลางถนนค่า เอิ๊กๆ


ร้านค้าส่วนใหญ่ ก็จะประมาณนี้



วันที่สามของแฟร์ วันนี้เพื่อนร่วมงานคนเดียวของเรา ต้องบินไปเจอลูกค้าที่ศรีลังกา
ก็เหลือเรากะที่รักสองคน ไอตัวเราเอง ไข้ก็ยังไม่หายดี ที่รักเองก็ยิ่งแย่กว่า นอนซม ท้องเสียอยู่
จะทิ้งแฟร์ก็ไม่ได้ เราเลยเอาวะ วันนี้ลุยเดี่ยว ไปเฝ้าบู๊ทคนเดียว !!!
พอช่วงบ่าย ที่รักก็อุตส่าห์ตามมาที่แฟร์ แถมแวะซื้อมื้อเที่ยงจากโรงแรม 5ดาวมาให้ด้วย
ขอบคุณมากๆ ที่มาช่วยชีวิต เพราะอาหารที่แฟร์ ต้อมทานไม่ได้เลยจริงๆ
อย่าหาว่าคุณหนู หรืออะไรเลย จิงๆเราเป็นคนทานไรง่ายๆนะ แต่แบบนี่มันแย่มากอ่ะ T_T
พอที่รักมา เราก็สงส๊าร สงสาร คือสภาพที่รักยังดูหมดแรง แล้วก็ยังไม่หายท้องเสียเลย
เลิกจากแฟร์วันนั้น บึ่งกลับโรงแรมทันที ไม่ไหวแล้ว ต้อมไข้ขึ้นด้วยคืนนั้น เลยสลบทั้งคู่


วันสุดท้ายของแฟร์ ที่รักยังคงป่วยมากๆ เราบังคับให้นอนอยู่โรงแรมไปก่อน เพราะที่รักเริ่มจะมีไข้
มีเรื่องวุ่นๆ นิดหน่อย ต้องเปลี่ยนแทกซี่ เปลี่ยนคนขับ ที่รักบอกว่า ไม่ไว้ใจ ให้ต้อมไปกะใครก็ไม่รู้ 
เลยไม่ยอมจะไปแฟร์ด้วยกัน ก็โอเค แต่กว่าจะได้รถมาแฟร์ กว่าจะออก เลยสายไปนิดหน่อย
งานวันสุดท้าย คนเดินเยอะมาก แวะเข้าบู๊ทมาก็เยอะ ในแฟร์ก็หน๊าวววหนาว
ไม่รู้จะเปิดแอร์ให้มันเย็นอะไร ขนาดนั้น เหมือนอยู่ในตู้เย็นเลยจริงๆอ่ะ คือหนาวจนต้อมต้องเอา
ผ้าที่เอามาโชว์ มาพันๆตัวไว้ ไม่งั้นแย่แน่ ใครผ่านไปมา ก็แซวว่าต้อมเป็น presenter ให้บริษัท 555
ปิดแฟร์กันสองคน เก็บของแพ็คขึ้นรถ ก่อนกลับโรงแรมจิ้งหรีดของเรา ก็แวะทานมื้อเย็น
ที่ Le Meridien โรงแรม 5ดาวซะหน่อย คือจำเป็น ท้องไส้ปั่นป่วนขนาดนี้ ไม่กล้าทานอาหารมั่วซั่วแล้ว
^^"


แหล่งชุมชน ขายผักผลไม้


ชั้นบน สาวๆเค้าทำอะไรกัน ?!?



วันสุดท้ายที่อินเดีย เรากะที่รักก็ยังป่วยกันทั้งคู่ แต่ได้ชื่อว่ามาถึงอินเดียทั้งที
จะไม่ไป Taj Mahal ซะหน่อยหรอ ขึ้นชื่อว่าเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก
แถมเป็น 1ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย  เลยสู้ตาย ที่รักจ่ายตังค์ เรียบร้อย ป่วยก็จะไป 555
นั่งรถจาก นิวเดลี ไปเมืองที่ชื่อว่า Agra ประมาณเกือบ 5 ชม.อ่ะ ระหว่างทางก็หลับซะส่วนใหญ่
มีตื่นชมข้างทาง ตามพี่คนขับแนะนำอยู่บ้าง พอติดไฟแดงที ต้องทำท่าเฉยเมย ไม่มองออกนอกรถเลยนะ
เพราะจะมี ทั้งเด็ก ทั้งสาว ทั้งแก่ มาเคาะกระจก ทำหน้าตาหน้าสงสาร ขอเงิน เราได้ยินมาว่า ถ้าให้คนนึง
ทีนี้จะตามมาเป็นพรวน เราสองคนเลยแบบ รถติดปุ๊บ หลับวุ๊ย หลับ ^^"
ประมาณเที่ยง ก็มาถึงTaj Mahal ก่อนเข้าไปก็ต้องซื้อตั๋ว ผ่าน Security gate กันนิดนุง
แล้วก็เดินๆๆๆ กันไป ประมาณเกือบกิโลได้มั้ง ก็จะมาถึง (คือเค้าไม่ให้เอารถเข้ามานะ)
แดดวันนั้นเปรี้ยงๆมาก เราแบบเดินกันแฮ่กๆๆ แต่ก็สู้ตาย
พอได้มาเห็น Taj Mahal นะ โอ๊ยยยย หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เพราะมันสวยมากจริงๆ
เหมือนในโปสการ์ด เหมือนตามภาพถ่ายที่เราเคยเห็น กรี๊ดค่ะ งานนี้
แล้วทุกสิ่งอย่างที่สร้างขึ้นในนั้นมันมีความหมายทั้งหมด  เราไปถึงปั๊บ มีไกด์มาประกบทันที
ซึ่งเค้าก็ดีนะ อธิบายทุกอย่างเลย ถ่ายรูปให้ เล่าประวัติ ฟังแล้วเราก็อิน คือมันยิ่งใหญ่มาก
ที่ผู้ชายคนนึง รักภรรยามากขนาดนี้ สร้างสิ่งมหัศจรรย์ ที่มีความหมายอยู่ในนั้นทุกๆรายละเอียด
เราได้เข้าไปข้างใน Taj Mahal กันด้วยนะ คุณไกด์บอกว่า คู่รักที่มาที่นี่ เมื่อเข้ามาถึงข้างในแล้ว
จะต้องจับมือกันแล้วอธิษฐาน แล้วสิ่งที่ขอนั้นจะเป็นจริง แต่ห้ามบอกกันนะว่าขออะไร
แล้วเราก็ไม่บอกหรอกว่าเราขออะไร อิอิ ^^



Keep walking -เรา ที่รัก และคุณไกด์


ต้องผ่านประตูนี้เข้าไป ถึงจะเจอทัชมาฮาลนะค๊า


กำลังจะผ่านประตูเข้ามา เห็นทัชมาฮาลแล้ว


โผล่ออกมาแล้ว ว้าวววว


กำลังจะเดินเข้าไป สวยจับใจ ปิ๊งๆๆๆ


เห็นข้างหลังไม๊ งดงามมากๆ


นู๋ได้จับยอดทัชมาฮาลโด๊ยยยย


อะไรกันๆ ฮ่าๆๆ


แดดร้อน ตาหยี ><



ออกมาจาก Taj Mahal ก็เหียกโทรมกันสองคน เพราะแดดร้อนมากกก
แต่ก็โดนคุณไกด์ ลากให้ไปดูร้านขายของที่ระลึก เราแบบไม่ชอบเลย มาเป็นการค้าแบบนี้
เลยแบบงอแง ขอกลับ ไม่ไหวแล้วเหนื่อยมากๆ ขากลับเข้าเมืองนิวเดลีอีก เกือบ5 ชม.
ทีนี้ ตรงดิ่งไปสนามบินเลย เพราะคืนนี้เราจะกลับไทยกันแล้ว เย้ๆ



ก่อนเข้า Taj Mahal ต้องห่อหุ้มรองเท้านะก๊ะ


สองข้าง ซ้าย-ขวา ของทัชมาฮาล จะประกบด้วยสิ่งนี้ เหมือนกันดิ๊กๆ ทั้งสองฝั่ง


มองจากทัชมาฮาล ย้อนกลับไป


หลัง Taj Mahal ติดแม่น้ำยมุนา



เหนื่อยแย้ว ขอนั่งพักหน่อย แห่กๆ

 


Happy heart :)


วิวจากม้านั่ง



รากลับ Indian Airline เพราะสายการบินอื่นเต็มหมด เสียใจเป็นอย่างมาก
ไม่ประทับใจเราเอาซะเลย เริ่มจากไปCheck-in ที่สนามบิน ก็ต้องไปถึงสนามบินก่อน
อย่างน้อย 4 ชม.นะคะ ที่อินเดียเนี่ย ไม่ได้พูดเล่น คือมันช้ามากอ่ะ ทุกอย่างต่อคิวยาวหมด
ต้องผ่าน Security check ไม่รู้กี่รอบ ไม่รู้อะไรนักหนา แบบเหนื่อยจริงๆ หงุดหงิดด้วย
แต่ทำไรไม่ได้ ก็ต้องรอ ต้องทน ในใจคิดอยู่อย่างเดียว จะได้กลับบ้านแล้วววว
บนเครื่องส่วนใหญ่เป็นแขก แล้วเราไม่ประทับใจกลิ่นเอามากๆ แล้วพฤติกรรมบางอย่าง
แสดงให้เห็นว่า พวกเค้า ไม่มีวินัยเอาซะเลย โหวกเหวกโวยวาย ไม่สนใจใครทั้งสิ้น
เดินไปเดินมา สัญญาณรัดเข็มขัดให้อยู่กะที่ พี่แขกเรา ก็ไม่สน แบบแย่จัง
ไม่เอาอีกแล้วสายการบินนี้ ทริปนี้นู๋เข็ดไปจนวันตายเลย T_T


 

ตะวันตกดิน ลาก่อนอินเดีย Bye Bye!





เนื้อหาในไดวันนี้ทั้งหมด มาจากประสบการณ์ที่ต้อมเองได้เจอกับตัว
และจากความคิดเห็นส่วนตัวของต้อมเอง
ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวว่า หรือต่อต้านประเทศนี้แต่อย่างใด
บางคนไปอินเดีย อาจได้ความประทับใจกลับมามากมาย
แต่ต้อมเอง ถือว่าคราวนี้ ต้อมโชคไม่ค่อยดี
ถ้าให้มาอีกที ต้อมขอคิดดูก่อน คิดนานๆเลยด้วย -*-




.
.
.
.
.



มาถึงเรื่องปัจจุบัน หลังจากกลับมาจากอินเดีย
ต้อมก็ท้องเสีย แย่เลย ตอนนี้โทรมมาก ผอมโกรก น้ำหนักลงไป 2กิโล
ตากแดดที่นู่นตัวดำกลับมา แถมหน้าก็พัง ผื่นผด สิวขึ้น กลับมาด้วย แง๊
นี่ก็ใกล้ถึงงานหมั้นแล้ว ถ้ายังไม่หาย แย่แน่ๆค่ะ กรี๊ดดดด
วันนี้ช่วงเช้า หลังจากเคลียร์งานที่ออฟฟิศเสร็จก็ไปลองโครงชุดไทย อีกครั้ง
ปรากฏว่า หลวมม๊ากกก คือเห็นได้ชัดเลย พี่ๆที่ร้านดุใหญ่ ไปทำไรมา ผอมซูบไปเลย
เลยลำบากต้องแก้ชุดกันใหม่ เฮ้อ ช่วงบ่ายก็ไปสนามบินค่ะ
ไปรับ คุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวของที่รัก มาจากเดนมาร์ก :)
พอรับกลับมาพักผ่อนที่บ้านกันนิดหน่อย ป๊ากะมี๊ ก็ชวนสองครอบครัว
ออกไปทานมื้อเย็นกัน ที่ร้านน้ำเคียงดิน เหมือนเดิม
นี่ก็เพิ่งกลับมาถึงบ้านเลย เหนื่อยนิดหน่อย แต่ก็อบอุ่นใจ บอกไม่ถูก
พรุ่งนี้ จะต้องไปส่งครอบครัวที่รัก แล้วก็ที่รักเองด้วย เค้าจะไปเที่ยวกระบี่กัน
ส่วนเราคงไม่ไปด้วยล่ะ  มีเรื่องต้องทำอีกเยอะมากกกกกกกกกก
ไฟลนก้นร้อนจี๋เลยงานนี้ เดี๋ยวนี่อัพเสร็จก็จะรีบไปนอนแล้ว
พักผ่อนน้อยเดี๋ยวโทรมเข้าไปใหญ่ แล้วจะแวะมาอัพเดทเน้อ





PS.
เพื่อนๆ วันที่ 16 ขอเปลี่ยนเวลานะจ๊ะ เพราะจะมีทำบุญเลี้ยงพระ ช่วงเช้าด้วย
เปลี่ยนมาเป็น 10 โมงเช้านะจ้ะ แล้วเจอกันๆ :)
ส่วนแผนที่ ที่ส่งไปคราวก่อน มันไม่ค่อยเคลียร์ ไม่ละเอียดเลย มาไม่ถูกแน่ๆ
ต้อมก็ลืมดูไป โทษทีนะจ๊ะ เดี๋ยวต้องส่งไปให่ใหม่

ธัญกะโน๊ต ขอโทษที่โทรมาแต่เราไม่ค่อยมีเวลาคุยด้วยเลย ยุ่งจริงๆ 
แต่ก็ขอบใจมากๆนะ ที่อุตส่าห์ ต้องมาเหนื่อย ช่วยงานเรา
แต๊งกิ๊วมากๆเพื่อน เดี๋ยวเราจะร่างสคริปส์แล้วมาคุยกันอีกทีเน๊าะ

บ๊ายบาย